จริงเท็จประการใดไม่รู้แน่... แต่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ
ตั้งแต่ระดับ รองผู้บังคับการ ผู้กำกับการการ รองผู้กำกับการและสารวัตร ก็อดมีเรื่องให้ติฉินนินทาไม่ได้ ตัวเลขการข้ามห้วยที่ออกมาอาจดูไม่น่าเกลียดนัก แต่ที่กลายเป็นข่าวฉาวโฉ่เพราะมีหลายคนที่อ้างว่า“จ่ายเงิน”วิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง หมดเงินไประดับ 7 หลัก แต่กลับไม่ได้ตำแหน่งอย่างที่ตั้งใจ แถมยังทำท่าจะสูญเงินไปเปล่าๆ
000 วิทยา แก้วภราดัย อดีตสปท. ที่ลาออกมาเตรียมตัวเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ ส่งเสียงดังๆ ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าพฤติกรรมอย่างนี้เกิดขึ้นจริง แต่จะเอาใครมาเป็นพยานคงลำบากเพราะทั้งคนให้และคนรับต่างก็มีความผิดตามกฎหมายทั้งคู่ ทางที่ดีถ้ารัฐบาลพร้อมเปิดทางกันคนเหล่านี้เป็นพยาน ก็พร้อมจะพานายตำรวจเหล่านี้ไปพบนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องเอาเงินคืน
000 เชื่อว่าเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีไม่น่าจะเห็นดีงามด้วย เพราะแม้จะมีโอกาสในการ“ลากไส้”นายตำรวจระดับใหญ่คับสตช.ที่เรียกรับผลประโยชน์ออกมาลงโทษและประจานได้...ถ้าตำรวจที่จ่ายเงิน“กล้าพอ” แต่ก็เท่ากับเป็นการยกโทษให้คนทำผิดอีกกลุ่ม ที่ควรจะมีโทษฉกรรจ์ไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะคนพวกนี้ยอมจ่าย“เงินล้าน”ก็ไม่พ้นการเข้ามาหาประโยชน์
000 ดีดลูกคิดคร่าวในรายที่จ่ายเงินไป 3-4 ล้านบาท ในระดับสารวัตร ลำพังเงินเดือนเพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องเอาไปใช้กินข้าวกินปลา สังสรรค์เพื่อนฝูงหรือดูแลลูกเมีย ยังต้องใช้เวลาร่วม 10 ปีกว่าจะได้ทุนคืน ไม่นับรวมค่ารถ ค่าบ้าน ส่งลูกไปเรียนเมืองนอก หรือบางรายอาจมีค่าเทอมเด็ก...ลองคิดดูแล้วกันว่าเงินเหล่านั้นจะมาจากไหน
000 เพราะฉนั้น“เงินที่สูญไป”ที่อ้างว่ารวมกันแล้วว่ากันว่าไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ต้องถือว่าเป็นความยินยอมพร้อมใจ ไม่ต่างอะไรกับกรณีหักหลังกันในคดียาเสพติด ที่ไม่น่าจะ“ให้อภัย”เพียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ เพราะต่างก็เป็น“โจรทั้งคู่”
000 กรณีนี้หลายคนที่มองโลกแบบสวยงามสักหน่อยอาจแนะนำให้ทำใจ แต่เชื่อว่าหลายคนก็คง“สมน้ำหน้า”และหลายคนขยายความด้วยถ้อยคำที่แปลความหมายได้ว่า “ก็ดันไม่ฉลาดรู้เท่าทันเขาเอง จะไปเรียกร้องอะไร” ไม่นับบางรายที่ออกแนวสาบแช่ง เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนพวกนี้ไม่พ้นจะเข้ามาคอร์รัปชัน !!!
.......................
- พงษ์เพชร -









