วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สองนครา สาธารณสุขไทย (1): The Tale of Two Health Cities

สมัยเรียนมัธยมปลาย มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ต้องอ่านเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อ The Tale of Two Cities

จัดเป็นหนังสืออ่านยากเล่มหนึ่งที่เดียว เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของภาษา แต่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส ที่เปลี่ยนการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน ในการปฏิวัติครั้งนั้นมีประชาชนแบ่งเป็นสองส่วนชัดเจนคือ พวกมั่งคั่งร่ำรวยมีการศึกษาดี (Elites) และ พวกชาวไร่ชาวนาคนยากคนจน (Peasants) ความสำเร็จเกิดขึ้นหลังคุกบาสติล (Bastille) ถูกประชาชนรากหญ้าตีแตก และประชาชนคนรวยถูกจับประหารด้วยวิธีตัดคอด้วยเครื่องมือประหารที่เรียกว่า กิโยติน ที่ประหารชีวิตคนหลายล้านคน

เมื่ออ่านหนังสือมากขึ้นก็พบว่าเรื่องของ สองนคราประชาต่างกัน มีอยู่มากมายในหลายสังคมโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา เพราะช่องว่างระหว่างคนรวยมีการศึกษาสูงกับคนยากจนมีการศึกษาน้อย ที่กลายเป็นสองขั้วสองนคราในประเทศเดียวกัน

แต่ไม่เคยนึกว่าจะเกิดในประเทศไทย จนกระทั่งเกิดเรื่องราวในระบบสาธารณสุข ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.

กระทรวงสาธารณสุข กับ สปสช. จะเป็นสองนคราสาธารณสุขไทย ที่ไม่มีวันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวหรือไม่ สปสช. พยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่คงตอบไม่ได้ว่าดีที่สุดหรือยัง หรือมีวิธีอื่นใดที่ดีกว่านี้ กระทรวงสาธารณสุข ก็ตกอยู่ในสถานะยากลำบาก ที่อย่าว่าแต่จะช่วยประชาชนได้โดยตรงเลย แม้กระทั่งช่วยตัวเองให้อยู่รอดก็นับว่ายากขึ้นทุกวัน ขวัญกำลังใจของแพทย์พยาบาลและบุคคลากรของสถานพยาบาลก็ลดลงเรื่อยๆ

ทั้งหลายทั้งปวงน่าจะสืบเนื่องมาจากความไม่ชัดเจนของงานที่ทับซ้อนระหว่าง สปสช. กับ กระทรวงสาธารณสุข และงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้บริหารงบนี้

ถ้ารัฐบาลจะสร้างความชัดเจนให้เป็นที่ปรากฏ งานของ สปสช. ก็ควรจำกัดอยู่ที่งานสนับสนุนส่งเสริมระบบสาธารณสุขที่เป็นงานหลักของกระทรวง เรายังขาดการทำงานอย่างมีเอกภาพ ถ้า สปสช. จะโฟกัสด้านนี้ น่าจะทำให้ระบบป้องกันก่อนการเจ็บป่วยเกิดขึ้นมีผลสัมฤทธิ์มากขึ้น และจะส่งผลให้งานของ กระทรวงสาธารณาสุขลดลง จากการที่ผู้ป่วยถึงขั้นที่ต้องรับการรักษาพยาบาลลดลง แพทย์พยาบาลของสถานพยาบาลรัฐจะพอมีเวลาเป็นของตัวเอง มีชีวิตที่มีคุณภาพมากขึ้น ขวัญกำลังใจก็จะตามมา

คงเป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร เพราะถ้าปล่อยให้สถานการณ์อึมครึมแบบนี้ ก็คงมีแต่เสียกับเสียกับทั้งสองฝ่าย และที่แย่ที่สุดคือประชาชนที่จะต้องรับบาปเคราะห์ที่ตนไม่ได้ก่อด้วย