ผ่านพ้นวันแรงงานมาหมาดๆ เห็นการจัดกิจกรรมของกลุ่ม “ผู้ใช้แรงงาน” แล้ว
นึกถึงนโยบายสร้างความปรองดองของรัฐบาล เพราะขนาดกลุ่มแรงงาน ที่จะต้องรักษาสิทธิของผู้ใช้แรงงานเหมือนกันยังถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ แต่ละกลุ่มก็มีสมาคมฯ สมาพันธ์ฯ รวมตัวกันอยู่ในนั้น กลุ่มหนึ่งจัดงาน“วันแรงงานแห่งชาติ”อีกกลุ่มจัดงาน“วันกรรมกรสากล”
000 ทั้ง 2 กลุ่มต่างก็มีข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล ในปีนี้กลุ่มหนึ่งเสนอข้อเรียกร้อง 8 ข้อ อีกกลุ่มเสนอ 10 ข้อ สาระคล้ายๆ กันทั้งในเรื่องรายได้ สิทธิประโยชน์ สวัสดิการและการดูแลจากภาครัฐ โดยที่กลุ่มหนึ่งอาจจะดู“เสียงดังฟังชัด”และอีกกลุ่มเสียงอาจจะเเผ่วๆ ไปบ้าง แต่โดยภาพรวมไม่สู้จะมีอะไร“แตกต่าง”กันมากนัก
000 จะมีก็แต่การสนับสนุนการจัดงานที่กลุ่มหนึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุนในแต่ละปีหลายล้านบาท และปีที่ผ่านๆ มาจะได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงจัดงาน ขณะที่อีกกลุ่มไม่ได้รับเงินดูแลสักบาท และประกาศไม่ขอร่วมกิจกรรม เพราะเห็นว่างานที่จัดแต่ละครั้งเป็นเพียงงานรื่นเริง ไม่ให้ประโยชน์โพดผลกับผู้ใช้แรงงาน
000 เรื่องนี้รัฐบาลน่าจะเริ่มต้นสร้างความปรองดองกับกลุ่มคนเหล่านี้ เพราะทั้งแรงงานในระบบ นอกระบบ รวมไปถึงแรงงานภาคการเกษตร รวมกันแล้วมีอยู่หลายล้านคน ต้องคิดให้ดีว่าจะทำอย่างไรให้ทั้ง 2 กลุ่มได้จัดกิจกรรมร่วมกันแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียว และทำอย่างไรที่รัฐบาลจะดูแล ให้งบประมาณสนับสนุนที่ไม่เป็น “2 มาตรฐาน” เพราะไม่เพียงจะสร้างความเป็นฝักเป็นฝ่าย ยังมีโอกาสถูกชักจูงเป็นเงื่อนไขแบ่งแยกทางการเมืองได้เหมือนหลายปัญหาในอดีตที่ผ่านมา
000 ต่อเนื่องเรื่องแรงงานในวันนี้ (2พ.ค.) สปท.มีวาระพิจารณารายงานเรื่อง “การส่งเสริมการจ้างแรงงานผู้สูงอายุ”เพื่อให้สอดรับกับสังคมสูงวัย มีรายละเอียดน่าสนใจทั้งเรื่องการขยายอายุแรงงาน การกำหนดอัตราค่าจ้าง และการคำนวณบำนาญรายเดือน...เป็นเรื่องดีๆ ที่มีสาระกว่าการที่กมธ.ชุดปฏิรูปสื่อฯ ของพล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร มัวมานั่งคิดออก“กฎหมายครอบงำสื่อ”เยอะ !!!
..........................................
อัชชาวดี [email protected]









