“เรื่องโรดแมพได้เคยระบุไปแล้วว่าไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น
โดยไม่มีใครคาดคิดและอยากให้เกิด ซึ่งทุกอย่างจะคลี่คลายหลังพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก แล้วค่อยว่ากันเรื่องขั้นตอนประชาธิปไตย” ส่วนหนึ่งจากคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
000 หลายวันที่ผ่านมามีการพูดถึงโรดแมพการเลือกตั้ง รวมทั้งประเมินสถานการณ์ต่างๆในขณะนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกระบวนการที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง จะเริ่มนับหนึ่งได้ก็ต่อเมื่อร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการจัดทำกฎหมายลูก
000 โดยเฉพาะกฎหมาย 4 ฉบับที่จะต้องใช้ในการเลือกตั้ง โดยในส่วนนี้ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงไทม์ไลน์ของกรธ.แบ่งเป็น การจัดทำกฎหมายลูก 8 เดือน สนช.พิจารณาอีก 2 เดือน รวมเป็น 10 เดือน หรือ อาจบวกเพิ่มอีก 1 เดือน ในกรณีมีข้อขัดแย้งที่กรธ. และสนช.ต้องพิจารณาร่วมกัน รวมเป็นระยะเวลาทั้งหมดคือ 10 เดือนครึ่ง ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการจัดการเลือกตั้งซึ่งใช้เวลา 5 เดือน
000 อีกประเด็นหนึ่งที่อาจจะมีผลต่อการเลือกตั้งคือ กระบวนการในการสร้างความปรองดองซึ่งขณะนี้หลายฝ่ายทั้งพรรคการเมือง รวมถึงภาคประชาชนกำลังเสนอความเห็นอยู่ในขณะนี้
000 โดยเฉพาะเวทีปรองดองในต่างจังหวัด ที่มีข้อท้วงติงว่าไม่มีฝ่ายผู้ขัดแย้งเข้าร่วมหารือ ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้คณะทำงานไปทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว
000 การหารือแนวทางปรองดองในครั้งนี้แน่นอนว่า สังคมจะต้องคาดหวังว่า การปรองดองครั้งนี้สามารถแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างยั่งยืนและถาวร อีกทั้งในเรื่องการสร้างความปรองดองคงต้องยอมรับว่า มีผลต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นอยู่พอสมควร
000 หากกระบวนการสร้างความปรองดองเดินหน้าไปอย่างราบรื่นทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ก็จะถือว่าเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อเตรียมพร้อมก่อนสู่โหมดการเลือกตั้ง แต่หากกระบวนการครั้งนี้สะดุดก็ต้องถือว่า การเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้งก็อาจจะสะดุดตามไปด้วยก็เป็นได้
.......................
- ดารากร -









