นี่เป็นหนึ่งในข้อความใน “รายงานลับ” ของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ที่ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก
ว่ารัสเซียมีแผนปฏิบัติการ เพื่อเจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์ เพื่อให้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นไปอย่างที่วลาดิมีร์ ปูตินต้องการเห็น
“เมื่อมอสโกเห็นว่าฮิลลารี คลินตันทำท่าจะชนะการเลือกตั้ง แผนการสร้างอิทธิพล (ของรัสเซีย) ก็เพ่งมาที่การบ่อนทำลายโอกาสที่เธอจะได้เป็นประธานาธิบดี...”
คือหนึ่งในหลาย ๆ ประโยคในรายงานนี้ที่นำไปสู่คำถามว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะทำอย่างไรกับรายงานนี้
หากดูจากปฏิกิริยาของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็จะเห็นว่าเขาไม่ให้ราคากับรายงานนี้เท่าไหร่ทั้ง ๆ ที่ระดับนำของ CIA, FBI และ Office of the National Intelligence ซึ่งล้วนเป็นองค์กรข่าวกรองระดับชาติ ออกมายืนยันนั่งยัน ว่ามีหลักฐานชัดเจนว่าปูตินเป็นคนสั่งการเรื่องแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐแน่นอน
ผมยังรอว่าปูตินจะออกมาโต้หรือหัวเราะเยาะเรื่องนี้อย่างไร
แต่ต้องถือว่านี่เป็นชัยชนะของปูติน เพราะเขาเผชิญหน้าแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” กับบารัก โอบามามาตลอด 8 ปี แต่พอทรัมป์ชนะเลือกตั้งเท่านั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพราะทรัมป์วิ่งเข้าสวมกอดปูติน และจาก “ศัตรู” ก็กำลังจะกลายเป็น “มหามิตร” ในพริบตา
จะไม่ให้ปูตินหัวเราะระรื่นได้อย่างไร ในเมื่อทรัมป์ประกาศว่าใครที่เชื่อเรื่องรัสเซียแฮกระบบคอมพิวเตอร์ของสหรัฐฯ ในช่วงเลือกตั้งก็เท่ากับเป็นการ “ไล่ล่าแม่มด” หรือ witch hunt เท่านั้น ไม่ได้มีสาระจริงจังอะไร
ไม่แต่เท่านั้น ทรัมป์ยังทวีตต่อมาว่า “มีอะไรเสียหายหรือกับการที่เราจะเป็นมิตรกับรัสเซีย ใครที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้คือคนโง่และงี่เง่า...” ใช้คำว่า stupid และ fool อย่างไม่ลังเลกันเลยทีเดียว
คนที่ชอบทรัมป์ก็จะเออออห่อหมกกับทิศทางใหม่นี้ แต่คนอเมริกันครึ่งค่อนประเทศเห็นว่า นี่เป็นนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่อันตรายมาก เพราะเท่ากับว่าสหรัฐฯ ยอมให้ปูตินปั่นหัวเล่นได้ตามที่ตนต้องการ... ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกอย่างสหรัฐ
ต้องไม่ลืมว่าปูตินเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ KGB ซึ่งเป็นองค์กรข่าวกรองที่ใหญ่โต และลี้ลับที่สุดแห่งหนึ่งในโลกในช่วงสงครามเย็น
หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตกลายเป็นรัสเซียวันนี้ KGB ก็ถูกแยกออกเป็นสององค์กรใหม่คือ Federal Security Service หรือองค์กรความมั่นคงแห่งชาติและ Foreign Intelligence Service ซึ่งดูแลการหาข่าวกรองต่างประเทศ
ทุกวันนี้ถ้าเห็นชื่อย่อ GRU นั่นแหละองค์กรความมั่นคงและข่าวกรองแห่งชาติของรัสเซียในประเทศ ชื่อภาษาอังกฤษฉบับเต็มคือ Main Intelligence Agency of the General Staff of the Armed Forces of the Russian Federation.
ส่วน FSB นั้นคือตัวย่อขององค์กรข่าวกรองในประเทศ หรือชื่ออังกฤษว่า Federal Security Service of the Russian Federation ซึ่งก็คือรูปแบบที่ปรับเปลี่ยนจาก KGB เดิมนั่นเอง
หากปูตินเป็น “จอมบงการ” เรื่องแฮกระบบไซเบอร์ของสหรัฐจริง ดังที่กลไกข่าวกรองสหรัฐกล่าวหา (ที่ทรัมป์ไม่เชื่อ) ก็ต้องถือว่าเขาเป็น “จารชนระดับมหากาฬ” อย่างไม่ต้องสงสัยใด ๆ เลย









