รัฐบาลเตรียมผลักแผนพัฒนา ระบบการเงินภาคประชาชนระยะ 5 ปี
(2560-2564) โดยหวังว่าจะสามารถพัฒนาองค์กรการเงินระดับฐานราก การพัฒนาความเศรษฐกิจเข้มแข็งให้กับชุมชน เนื่องจากองค์กรทางการเงินระดับท้องถิ่น จะสามารถตอบสนองความต้องการของการเงินของประชาชน ได้ทุกระดับอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรทางการเงินที่ให้บริการทางการเงินในระดับชุมชนทั่วประเทศกว่า 1.1 แสนแห่ง และมีสถาบันการเงินชุมชนที่มีความเข้มแข็งประมาณ 2,000 แห่ง
ตามแผนพัฒนาดังกล่าวคาดว่าจะสามารถเพิ่มสถาบันการเงิน ระดับชุมชนได้อีกมากในอนาคต หากการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐและงบประมาณภาครัฐที่เข้าไปอุดหนุน โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเกิดสถาบันการเงินในระดับชุมชนในทุกตำบลเพื่อสนองความต้องการของประชาชนที่มีความหลากหลายอย่างมากในท้องถิ่น ซึ่งหากสถาบันการเงินเหล่านี้เกิดความเข้มแข็ง ก็จะสามารถเป็นกลไกสำคัญ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง นอกจากเงินช่วยเหลือและการสนับสนุนจากภาครัฐ
อันที่จริง สถาบันการเงินในระดับชุมชนมีการกล่าวถึงกันมานาน และทุกรัฐบาลมีกลไกสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ประเด็นสำคัญของสถาบันการเงินท้องถิ่นคือการขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารสถาบันการเงินของตัวเอง แม้แต่ระบบสหกรณ์ที่เห็นว่ามีความเข้มแข็งมากที่สุดก็ยังประสบปัญหา อาทิ ปัญหาคอร์รัปชัน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่รัฐบาลจะสนับสนุน ให้เกิดกลไกทางการเงินของชุมชน และส่งเสริมให้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจการเงินในปัจจุบัน
หากพิจารณามาตรการทางการเงินของรัฐบาลที่ลงไปช่วยเหลือชุมชน จะเห็นว่าส่วนใหญ่มุ่งไปช่วยเหลือในเรื่องของการปลดหนี้สินหรือลดภาระหนี้สิน โดยเฉพาะผ่านธนาคารของรัฐ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านนโยบาย แต่ปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจในระดับชุมชนคือเรื่องรายได้และการจัดการกับระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นครัว โดยเฉพาะอิทธิพลของการอุปโภคบริโภคสมัยใหม่ ซึ่งทำให้คนในระดับชุมชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้ตามไม่ทัน
จากนโยบายของรัฐบาลหลายอย่างที่ต้องการเพิ่มรายได้เศรษฐกิจระดับชุมชน ให้เกิดความคึกคักด้วยนโยบายต่างๆ เช่น การกระจายความเจริญสู่ส่วนภูมิภาคด้วยการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งนโยบายประชารัฐในการประสานกันทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดกิจกรรมเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นนโยบายอีกด้านที่ต้องการสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชน และในที่สุดแล้วจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ แต่การผลักดันยังอยู่ในระดับเริ่มต้นยังไม่เห็นผลอย่างเต็มที่
ดังนั้น การขับเคลื่อนสำคัญของนโยบายการพัฒนาระบบการเงินชุมชนในครั้งนี้ จึงไม่อาจประสบความสำเร็จได้ หากนโยบายด้านอื่นของรัฐบาลยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่ เพราะถึงที่สุดแล้วหากเศรษฐกิจภาคชนบท ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นไปจากเดิม เราเชื่อว่าสถาบันการเงินระดับชุมชนก็จะประสบปัญหาไม่ต่างจากเดิมมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะหวังว่าสถาบันการเงินชุมชน จะเป็นแกนหลักสำคัญให้กับเศรษฐกิจระดับชุมชนได้
เราเห็นว่าการพัฒนาสถาบันการเงินชุมชนเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของนโยบายการสร้างความเข้มแข็งชุมชนเท่านั้น แต่ยังมีส่วนอื่นที่ต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะโครงสร้างเศรษฐกิจของชุมชนเองว่าจะเป็นอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าทุกวันนี้แทบไม่มีชุมชนไหน ตัดขาดกับระบบตลาดภายนอกชุมชนไปได้ ตราบใดที่เศรษฐกิจของชุมชนยังไม่อาจพึ่งพาในระดับท้องถิ่นได้ ความไม่แน่นอนย่อมเกิดขึ้นสูงต่อวิถีชีวิตของชุมชน และสิ่งเหล่านี้เองจะทำให้ความพยายามสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเป็นเรื่องยาก และยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่ตลอดไป








