วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องเข้าใจ-เริ่มที่ตัวเอง ก่อนแก้ระบบอุปถัมภ์

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

 จัดสัมมนาเชิงวิชาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในหัวข้อ “คอร์รัปชั่น….หายนะประเทศไทย” โดยมีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธาน โดยความเห็นส่วนใหญ่มักจะกล่าวตำหนิพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชัน และเสนอแนะมาตรการแก้ไข ซึ่งส่วนมากเป็นประเด็นเรื่องข้อกฎหมายและหน่วยงานที่เจ้ามาตรวจสอบ และแน่นอนทุกคนมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ

แต่ประเด็นที่พล.อ.เปรม หยิบยกขึ้นมาและเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ โดยระบุว่า“สิ่งที่ยากมากคือระบบอุปถัมภ์ ผมคิดไม่ออกว่าจะแก้อย่างไร หากบอกว่าคนไทยช่วยเหลือคนผิด มันก็จริง ซึ่งเขาก็ต้องตอบแทนบุญคุณ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูก มันจึงเป็นเรื่องยาก แต่ผมคิดว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่เราต้องมานั่งช่วยกันคิดว่าเขาต้องแยกให้ออกว่าอะไรควรจะอุปถัมภ์ได้หรือไม่ได้” ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพล.อ.เปรมมองระบบอุปถัมภ์กับคอร์รัปชันเป็นคู่แฟดที่แยกกันไม่ออก ทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น

อันที่จริง ประเด็นเรื่องระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทยมีคนกล่าวถึงมานานมากแล้ว จนกล่าวกันว่าสังคมไทยจริงๆ แล้วมีระบบอุปถัมภ์เป็นเสาหลักค้ำจุนให้อยู่ต่อไปได้ ซึ่งเรื่องระบบอุปถัมภ์มีการศึกษามานาน แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นนักสังคมศาสตร์สาขาต่างๆ ซึ่งผู้รู้เหล่านี้ส่วนมากไม่ได้เข้ามีส่วนกับอำนาจการเมืองของประเทศ ดังนั้น ความเห็นต่อระบบอุปถัมภ์จึงเป็นเรื่องของนักกฎหมาย ที่พยายามหามาตรการป้องกันและนักบริหารจัดการที่วนเวียนกับวิธีการบริหารจัดการสมัยใหม่

หากเราเข้าใจระบบอุปถัมภ์ในอีกด้าน ดังที่พล.อ.เปรมตั้งข้อสังเกตว่า“ตอบแทนบุญคุณ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูก” ก็จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องหลักการทางกฎหมายหรือบริการจัดการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความสัมถัมภ์ระหว่างบุคคลที่มีต่อกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกสังคม และหากเรายอมรับว่าความสัมพันธ์เช่นนี้จริงๆแล้วก็เป็นพื้นฐานของสังคมนั่นเอง เราก็อาจจะมีวิธีการจัดการอย่างถูกต้อง โดยไม่พยายามที่จะขจัดระบบอุปถัมภ์ออกไปให้หมด ซึ่งเป็นไปไม่ได้

เพราะจริงๆแล้ว ในทุกสังคมมีความสัมพันธ์สองลักษณะอยู่ด้วยกัน คือ ความสัมพันธ์ทางกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งเป็นกติกาของสังคมอย่างเป็นทางการ กับความสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งระบบอปถัมภ์เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ประเภทนี้ คำถามที่ว่าความสัมพันธ์แบบหลังจำเป็นหรือไม่ในสังคมยุคใหม่ คำตอบก็คือไม่ใช่เรื่องของยุคเก่าหรือใหม่ แต่ความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์มีหน้าที่ของมันเสมอ นั่นคือ ทำหน้าที่ในเรื่องที่ตัวบทกฎหมายงุ่มง่าม แก้ปัญหาได้ไม่ทันใจ ซึ่งเราจะเห็นได้ในชีวิตประจำวันโดยทั่วไป

แต่ประเด็นปัญหาที่พูดกันในขณะนี้ มักจะมองว่าระบบอุปถัมภ์เป็นตัวปัญหาและเป็นส่วนหนึ่งของคอร์รัปชัน แต่ไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งจำเป็นในบางเรื่องที่ต้องมี เพียงแต่ปัญหาใหญ่ที่เกิดจากระบบอุปถัมภ์ปัจจุบันนั้นมาจากมันขยายขอบเขตของมันไปเรื่อยๆ อาทิ แทนที่จะเป็นเรื่องความช่วยเหลือเกื้อกูลในวงแคบๆ มันกลับขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ จนเป็นเรื่องการเมืองระดับชาติ หรือ เป็นการช่วยเหลือเรื่องธุรกิจที่ไปกระทบต่อผู้อื่นอย่างรุนแรง จนบางครั้งตัวบทกฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ

ปัญหาใหญ่ในขณะนี้คือทำอย่างไรจึงจะจำกัดขอบเขต ของระบบอุปถัมภ์ให้อยู่ในวงจำกัด จนไม่กระทบต่อเรื่องที่เป็นสาธารณะ เพราะลักษณะอีกอย่างของระบบอุปถัมภ์ ก็คือจะมุ่งเฉพาะประโยชน์ของตนเองหรือกลุ่มตนเอง โดยไม่สนใจคนอื่นๆในสังคม ดังนั้นหากต้องการลดปัญหาของระบบอุปถัมภ์ ต้องเข้าใจกันเบื้องต้นก่อนว่ามันคืออะไร จึงจะหาวิธีการได้อย่างถูกต้อง และการแก้ปัญหาจะทำได้อาจต้องเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว โดยถามตัวเองก่อนว่าเราเป็นหนึ่งในเครือข่ายอุปถัมภ์หรือไม่ และจะแก้อย่างไร