วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอซีทีไทยอันดับ 3 ของอาเซียน

เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก

 (ไวโป) สถาบันอินเซดบิสซิเนสสคูล และมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ เผยรายงานประจำปีที่ระบุว่าจีนติด 25 อันดับแรก ประเทศด้านการคิดค้นนวัตกรรมของโลก เป็นครั้งแรก โดยขยับขึ้นจากอันดับที่ 29 สืบเนื่องจากจีนทุ่มลงทุนอย่างหนักในด้านการศึกษา การวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) อันส่งผลให้มีการคิดค้นสิ่งใหม่และจดสิทธิบัตรงานต่างๆ มากมาย 

ส่วนประเทศ ที่ครองอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมปี 2559 คือสวิตเซอร์แลนด์ ตามด้วยสวีเดน อังกฤษ สหรัฐ ฟินแลนด์ สิงคโปร์ ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ส่วนเกาหลีใต้อยู่อันดับที่ 11 ฮ่องกง 14 ญี่ปุ่น 16 อิสราเอล 21 จีน 25 มาเลเซีย 35 ไทยอยู่อันดับที่ 52 เวียดนาม 59 ฟิลิปปินส์ 74 อินโดนีเซีย 88

รายงานระบุว่า 4 ประเทศได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐ อังกฤษ และเยอรมนี โดดเด่นในเรื่องคุณภาพของนวัตกรรม วัดจากคุณภาพของมหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวนสิ่งพิมพ์ด้านวิทยาศาสตร์ และการยื่นจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศ ขณะที่จีนขยับมาอยู่อันดับ 17 ในเกณฑ์ด้านคุณภาพนวัตกรรม ตามด้วยอินเดียที่แซงบราซิลขึ้นมา

ขณะที่ เมื่อลงรายละเอียดในภูมิภาค พบว่า สหรัฐโดดเด่นในอเมริกาเหนือ เพราะแข็งแกร่งในส่วนของการมีภาคธุรกิจที่ทุ่มงบอาร์แอนด์ดี ตลาดการเงินที่ล้ำหน้า มหาวิทยาลัยและสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพ และการใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ สำหรับอินเดียโดดเด่นในเอเชียใต้เพราะครองอันดับ 1 ด้านการส่งออกบริการไอซีที ขณะที่ภูมิภาคยุโรปนั้นมีถึง 15 ประเทศที่ติดอยู่ในท็อป 25 เพราะมีสถาบันต่างๆ ที่แข็งแกร่งและโครงสร้างพื้นฐานอย่างดี ทั้งยังได้คะแนนสูงด้านนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม

นายฟรานซิส เกอร์รี ผู้อำนวยการไวโป บอกว่า การที่จีนขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 25 ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศรายได้ปานกลาง กระโดดไปอยู่กลุ่มเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วซึ่งครองดัชนีนวัตกรรมโลกมาตลอด อันดับของจีนสอดคล้องกับพัฒนาการที่เกิดขึ้นในจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการทุ่มเทความพยายามมหาศาลด้านนวัตกรรม หวังแปลงโฉมประเทศจาก “เมด อิน ไชน่า” เป็น “ครีเอทเทด อิน ไชน่า” (Created in China) การจัดอันดับครั้งนี้ ไทยติดอันดับที่ 52

ก่อนหน้านี้ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม จัดอันดับไอซีทีของไทย ระบุว่า ไอซีทีของไทยขยับขึ้น จากอันดับ 67 ขยับขึ้นไปเป็นอันดับ 62 สูงขึ้นถึง 5 อันดับ ส่งผลให้ไทยอยู่ในอันดับที่ 3 ของอาเซียน โดยมีสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 1 และมาเลเซียอยู่อันดับที่ 31

ปัจจุบันอุตสาหกรรมไอซีทีของไทย อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากขึ้น กระบวนการเดิม วิธีคิดเดิมๆ ที่เคยใช้มาอย่างยาวนานต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคใหม่ เป็นภารกิจที่ไม่สามารถทำได้ด้วยหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องทำไปพร้อมๆ กัน อย่างจริงจัง เพราะเทคโนโลยีในวันนี้มีผลต่อทุกๆ ภาคส่วนของสังคม ไม่ใช่เรื่องที่เข้าถึงได้ยากอีกต่อไป