วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โลกช็อก !!

ฝรั่งเศสถูกถล่มจากการก่อการร้ายครั้งใหญ่

 คนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนฝูงชนอย่างบ้าคลั่ง โดยชาวฝรั่งเศสที่ออกมาเฉลิมฉลองวันชาติ ดูพลุดอกไม้ไฟอย่างสนุกสนาน และร่วมรำลึกในวัน Bastille Day ที่เมืองนีซเมืองเก่าแก่ทางตอนใต้ จนมีผู้เสียชีวิตล่าสุด 84 คน และบาดเจ็บอีกนับ 100 คน ขณะที่คนร้ายซึ่งขับรถบรรทุกถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศสได้รีบเดินทางจากเมือง Avignon กลับถึงกรุงปารีส เพื่อประชุมฉุกเฉินทันทีหลังเกิดเหตุก่อการร้ายสุดสลดกับฝรั่งเศส พร้อมกับแถลงว่า การโจมตีเมืองนีซปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เป็นการกระทำของผู้ก่อการร้ายโดยแท้จริง ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการจู่โจมของผู้ก่อการร้ายที่ใช้ความรุนแรงสุดขั้วอีกครั้งหนึ่ง ทำให้รัฐบาลต้องขยายประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งใช้มาตั้งแต่ก่อนการโจมตีกรุงปารีสเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 ออกไปอีกสามเดือน ทั้งที่ประธานาธิบดีออลลองด์ เตรียมการที่จะประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ก็ตามที

โดยรถบรรทุกคันที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจพบเอกสารราชการหลายอย่างของชายวัย 31 ปี ซึ่งเป็นพลเมืองฝรั่งเศสเชื้อสายตูนิเซีย รวมทั้งพบปืนและอาวุธ ที่เป็นระเบิดขนาดใหญ่อีกจำนวนมากที่มากเพียงพอจะโจมติเพื่อก่อการร้าย แม้ว่าจนถึงขณะนี้ยังดูเหมือนว่าเป็นการลงมือของผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เพียงช่วงเวลาที่ห่างกัน 8 เดือน หลังกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอส ก่อเหตุโจมตีกลางกรุงปารีสและในงานแสดงดนตรีที่ Batachan concert hall เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนปีที่แล้ว สังหารผู้คนไป 130 คน ยิ่งหากมองย้อนกลับไปที่เหตุการณ์กราดยิง Charlie Hebdo ที่เกิดเหตุช่วงมกราคม 2015 จนถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายสะเทือนขวัญนี้รวม 4 ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตรวมกันมากถึง 240 คนแล้ว โดยถือเป็นเหตุการณ์ช็อกโลก ที่ทำให้ความหวาดกลัวแผ่กระจายในวงกว้างอีกครั้งหนึ่ง โดยที่มีฝรั่งเศสตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย

ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ยังได้เกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่ช็อกโลก ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเหตุการณ์โจมตีจากฝ่ายก่อการร้ายที่เมืองนีซ หลังจากล่าสุดกองทัพจีนประกาศ ไม่ยอมรับคำตัดสินศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ที่กรุงเฮกเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ให้จีนพ่ายแพ้ต่อฟิลิปปินส์ที่ฟ้องร้องต่อศาลให้สั่งจีนถอนการสร้างฐานทัพทางทะเล ออกจากเกาะที่เป็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของจีน และจะยังคงยึดแนวทางรักษาสันติภาพในทะเลจีนใต้ ทั้งนี้ศาลอนุญาโตฯ ได้กล่าวว่าทางการจีนกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอยในการครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ทางทะเลโดยไม่มีหลักฐานในประวัติศาสตร์มาอ้างอิงที่ชัดเจน นอกจากนี้ หลังจากคนอังกฤษโหวต Brexit ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนนั้น ผ่านพ้นไป 3 สัปดาห์ นางเทเรซา เมย์ วัย 59 ปีได้ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของอังกฤษ ได้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้ว

แต่ยังคงต้องถูกทดสอบว่าจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจของอังกฤษ ให้หลุดพ้นจากภาวะถดถอย และสร้างความเชื่อมั่นกับระบบธนาคาร รวมทั้งเงินปอนด์ที่ตกต่ำลงถึง 15% ในปีนี้กลับมาได้หรือไม่ จนถึงล่าสุดที่โลกต้องจับตานายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ประกาศเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มอำนาจจัดการด้านการทหารให้สามารถออกไปรบนอกประเทศญี่ปุ่น อ้างเพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาค รวมทั้งการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายอาเบะโนมิกส์ หลังจากพรรครัฐบาล LDP ชนะเลือกตั้งได้เสียงในสภาสูง ทำให้รัฐบาลและพรรคพันธมิตรกุมเสียงในสภาได้ 2 ใน 3 แต่ในด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงอ่อนแรงลง ท่ามกลางการเตรียมการใช้เฮลิคอปเตอร์ มันนี่ ของรัฐบาลที่ต้องการอัดฉีดเงิน QE เพิ่มระลอกแรก 10 ล้านล้านเยน หรือ 1.3 แสนล้านดอลลาร์ จากที่มีเป้าหมายตั้งไว้ถึง 30 ล้านล้านเยน จะยิ่งส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินมหาศาล จนกระทบต่อตลาดการเงินโลกเกิดความผันผวนรุนแรงหรือไม่