ในที่สุดเราก็ได้เห็น ค่าธรรมเนียมเงินโอนลดลงได้จริง
ในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว แถมราคาถูกลงมหาศาลอีกด้วย
โดยสมาคมธนาคารไทย ได้คลอดโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ระหว่างบุคคล ออกมาให้ประชาชนได้ใช้ผ่านระบบพร้อมเพย์ ที่เพิ่งเริ่มให้มีการลงทะเบียนชิมลางเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนลงทะเบียนอย่างเป็นทางการวันที่15 ก.ค.นี้
หากโอนเงินไม่เกิน 5,000 บาทจะไม่คิดค่าธรรมเนียม และเริ่มเก็บเมื่อมีการโอนเกิน 5,000-30,000 บาท ในอัตราไม่เกิน 2 บาทต่อรายการ หากโอน 30,000-100,000 บาท เก็บไม่เกิน 5 บาทต่อรายการและตั้งแต่ 100,000 บาท วงเงินสูงสุดที่กำหนดเก็บไม่เกิน10 บาทต่อรายการ
แม้ว่าที่ผ่านมาสมาคมธนาคารไทยจะมีแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี หนึ่งในแผนนั้นคือการสร้างระบบชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพให้กับระบบ แต่การที่แบงก์ใหญ่ยอมสูญเสียรายได้ค่าธรรมเนียมเงินโอน ซึ่งเป็นรายได้หลักในรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเห็นโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่เกิดขึ้นได้ในเร็ววันเช่นนี้
ณ ไตรมาสแรกของปีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย มีสัดส่วนกว่า 35% มาจากค่าธรรมเนียมบริการโอนเงินและเรียกเก็บเงิน รวมถึงบริการบัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต และบริการธนาคารอิเลกทรอนิกส์อื่น ๆ
งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับรัฐบาลชุดนี้ ที่พยายามผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) จนนำไปสู่ความร่วมมืออย่างจริงจังในการเฉือนเนื้อต้วเองของธนาคารพาณิชย์ ในการกำหนดโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่คาดหวังว่าจะลดลงได้ในอนาคต
แต่พร้อมเพย์จะเริ่มใช้งานได้ในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ โครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ก็จะไปเริ่มใช้งานได้ช่วงนั้นเช่นกัน ส่วนการลงทะเบียนล่วงหน้าในขณะนี้ ข้อมูลจะถูกเก็บไว้กับธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งไปก่อนที่จะเริ่มลงทะเบียนอย่างเป็นทางการวันที่ 15 ก.ค.ข้อมูลเหล่านี้จึงจะเข้าไปรวมอยู่ในระบบของ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด หรือ ITMX ซึ่งถือเป็น หลังบ้านของระบบพร้อมเพย์
จะเห็นได้ว่าระหว่างนี้ธนาคารพาณิชย์จัดแคมเปญโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาลงทะเบียนใช้บัญชีของตัวเองเป็นบัญชีหลัก เพราะหลังจากนี้จะเป็นการเปิดกว้างในการเลือกใช้บัญชีที่จะทำธุรกรรม และสามารถเปลี่ยนบัญชีหลักได้อย่างง่ายดาย
ขณะที่ แผนงานของ National e-Payment ภาครัฐวางไว้นั้น พร้อมเพย์ถือเป็นจุดเริ่มต้นแรก ๆ ใน 5 เฟสแรกของโครงการนี้ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการขยายเครื่องอีดีซีเพื่อรองรับการใช้บัตร ส่วนการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นเฟสที่ 5 หรือราวต้นปีหน้า
แรงผลักดันจากภาครัฐและแรงกระตุ้นจากธนาคารพาณิชย์ จะทำให้ผู้คนที่ไม่เคยใช้บริการทางอิเลคทรอนิกส์ เดินเข้าสู่ถนนสายนี้กันมากมายมหาศาล แม้ภาครัฐและภาคการเงินจะมั่นใจในระบบที่รัดกุม แต่เชื่อเถิดว่านับจากนี้ไปยังมีความไม่รู้ไม่เข้าใจเกิดขึ้นอีกมาก กว่าจะถึงวันที่พร้อมเพย์จะเริ่มใช้งานจริงและอีเพย์เมนท์จะเห็นภาพชัดเจน เพราะต้องยอมรับว่าประชาชนที่เข้าใจเรื่องการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทางการเงินอิเลคทรอนิกส์ ในประเทศไทยยังมีน้อยมาก
การเข้าสู่ระบบพร้อมเพย์เพื่อใช้บริการทางการเงิน และรับสวัสดิการจากภาครัฐทั่วประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศ แต่การสร้างความรู้จักและสนับสนุนให้ประชาชนกล้าใช้พร้อมเพย์ยังไม่พอ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างธนาคารพาณิชย์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความตระหนักรู้ถึงการรักษาความปลอดภัยบัญชีออนไลน์ และควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ ก่อนจะเกิดเหตุความเสียหายจากความไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงกาล จนลุกลามมาสู่ความไม่มั่นใจของประชาชนรากหญ้า เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสังคมไร้เงินสด ลดคอรัปชั่นได้ดั่งที่ภาครัฐคาดหวังไว้








