ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี...ใกล้คลอด

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี...ใกล้คลอด

จวนจะคลอดแล้ว...“ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” ที่มีเสียงกล่าวหา

ว่าเป็นการสานต่ออำนาจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา... ที่ตัวนายกฯ เองเคยย้ำไว้ว่าต้องจัดทำเพื่อความเป็นสากล โดยถอดบทเรียนจากประสบการณ์ของนานาชาติ

000 หลักใหญ่ใจความคือ“คน”จากทุกภาคส่วนจะต้องมีส่วนร่วม และตอบโจทย์ผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต การสร้างและยกระดับรายได้ของประชาชนให้มีระดับสูง เทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว ฯลฯ

000 โดยมีคำยืนยันทั้งจากนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ พล.อ.ประวิทย์ วงศ์สุวรรณ รวมทั้งแกนนำ คสช.อีกหลายคน ว่ายุทธศาสตร์ดังที่ว่าเป็นเรื่องของการพัฒนาบ้านเมืองล้วนๆ ...ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการสืบทอดอำนาจ

000 เรื่องนี้ พล.อ.ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ ประธานคณะอนุกรรมการจัดทำร่างกรอบยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ ย้ำว่าอาจจะดูเป็นเรื่องใหม่เพราะประเทศไทยไม่เคยมีแผนยุทธศาสตร์ชาติมาก่อน แต่การทำแผนฯ ครั้งนี้มีความจำเป็นเพื่อความชัดเจนในการขับเคลื่อนประเทศ 

000 รวมทั้งเพื่อให้เป็นคู่มือสำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะทำงานต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน โดยแต่ละกระทรวง หรือหน่วยงานจะมีแผนงานของตัวเอง มีการกำหนดงบประมาณที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดการใช้เงินอย่าง“คุ้มค่า” 

000 โดยที่แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ระหว่างปี 2560-2579 ใกล้สำเร็จเต็มที ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอเพื่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ให้ความเห็นชอบ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันเดือน ก.ย.นี้ และเตรียมส่งต่อให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในเดือนก.ค.2560

000 แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถูกกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยแผนยุทธศาสตร์ที่แบ่งการดำเนินงานเป็น 6 ด้าน ทั้ง ความมั่นคง การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน การสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมทางสังคม การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการปรับสมดุลและพัฒนาการบริหารจัดการภาครัฐ

000 ส่วนปม พ.ร.บ.ประชามติ ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ มีมติเอกฉันท์ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในประเด็นที่ส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ...ระหว่างการ“รอคอย”ยังคงมีการให้ความเห็นอย่างกว้างขวาง รวมทั้งรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ที่บอกว่าเพียงแค่ตัดถ้อยคำ ก้าวร้าว-รุนแรง-หยาบคาย ก็น่าจะสิ้นปัญหา

000 เช่นเดียวกับเสียงจาก สนช. และกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็เชื่อว่าคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไรก็ไม่ใช่ปัญหา และจะไม่มีผลต่อการ“เดินหน้า”ลงประชามติ ไม่ใช่เรื่องกลเกมทางเมือง และไม่เกี่ยวเนื่องกับการยื้อเวลาของรัฐบาลอย่างใดทั้งสิ้น

000 สุดท้าย...เรื่องของ ธัมมชโยที่เป็นข่าวต่อเนื่องมานาน เชื่อว่าทั้ง“ฝ่ายหนุน-ฝ่ายต้าน” คงเริ่มพากันเบื่อ เพราะเนื้อหายังคง“วกวน”อยู่ที่จะจับหรือไม่จับ ผลัดกันรับผลัดกันรุกในเชิงวาทกรรม...

000 รวมทั้งกรณีที่ศิษย์ธรรมกาย เคยเรียกร้องให้ดีเอสไอ เข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาภายใน“วัด” เพราะธัมมชโย อาพาธหนักเกินกว่าจะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ได้...วันนี้ดีเอสไอ ตกลงใจจะ“เข้าวัด”พร้อมกับหมอ แต่กลับมีเงื่อนไขต้องขออนุญาตจากแพทย์ประจำตัวก่อน

000 เรื่องนี้ต้องบอกว่า...กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา หรือ “intention may be inferred from a person's action” ตามภาษิตละตินในทางกฎหมาย ที่ตรงกับพุทธศาสนสุภาษิตว่าเจตนาหํ กมฺมํ วทามิ ซึ่งแปลว่า เจตนานั่นแหละเป็นกรรม...เมื่อมีเจตนาแล้ว บุคคลย่อมกระทำกรรมโดยทางกาย วาจา ใจ !!!

 .............................

อัชชาวดี [email protected]