หลังจาก “หยุดยาว” ในเทศกาลสงกรานต์...
ตอนนี้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ ในกทม.รถรากลับมาติดขัดเหมือนเดิม พร้อมๆ กับข้อมูลความสูญเสียที่น่าตกใจ จากอุบัติเหตุในช่วง 7 วันของการเฝ้าระวัง ที่เรียกกันติดปากว่า “7วันอันตราย”
000 ในเทศกาลเดียวกันของปีก่อนเกิดอุบัติเหตุ 3,373 ครัั้ง บาดเจ็บ 3,559 ราย และมีผู้เสียชีวิต 364 คน แต่มาปีนี้ ท่ามกลางการรณรงค์ พร้อมกับการตั้งจุดตรวจ-จุดบริการ และ“งัดใช้”มาตรการเข้มข้นอย่าง “เมาไม่ขับ จับยึดรถ”แต่ตัวเลขอุบัติเหตุกลับพุ่งสูงกว่าปีก่อน
000 เฉพาะวันแรกมียอด“ตาย”สูงเกือบ 2 เท่า ขณะที่ข้อมูล 7 วันในช่วงการเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งจำนวนอุบัติเหตุ และคนเจ็บ คนตาย มากขึ้นกว่าปีก่อน โดยเฉพาะยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นถึง 78 คน บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเกือบร้อยคน
000 ขณะที่สาเหตุหลักยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากหลายปีที่ผ่านมา ที่พบว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มสุรา และความสูญเสียมักจะเกิดกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ที่ไม่“สวมหมวกกันน็อค” และไม่เคารพกฎจราจร รวมทั้งพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่ยังเป็น“ถนนสายรอง” ที่การดูแลอาจไม่ทั่วถึง
000 ด้วยข้อมูล“ซ้ำซาก”เช่นนี้...หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่“ถนน”ส่วนใหญ่ อย่างตำรวจทางหลวง ของท่านผู้การฯ สมชาย เกาสำราญ อาจจำเป็นต้องมีการ“ปรับแก้”กันอีกครั้ง ด้วยการวาง“รากฐาน”การมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ที่คงจะต้องทำต่อเนื่องตลอดทั้งปี พร้อมกับการ“บังคับใช้”กฎหมายอย่างจริงจัง
000 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็น“ตัวอย่างที่ดี”...ที่เป็นหน้าที่ของผู้บังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงาน เพราะหากยังมีตำรวจขับรถย้อนศร จอดรถในที่ห้ามจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์ในช่อง“ทางด่วน”ที่เห็นกันจนชินตา ทั้งถนนบรมราชชนนี วิภาวดีรังสิต ฯลฯ มันคงดู“ไม่งาม” รวมทั้งกรณีที่ห้าม“ประชาชน”ขับรถขึ้นสะพานและลงอุโมงค์
000 เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่...และคงไม่เกินสายตาท่านผบ.ตร. จักรทิพย์ ชัยจินดา รวมทั้งท่านรักษาราชการฯ ผบช.น. ศานิตย์ มหถาวร ที่ต้อง“รบกวน”เข้มงวดลูกน้อง เพราะมีคนพบเห็นตำรวจในกรุง“บางคน”ยังมีพฤติกรรมอย่างที่ว่า...เรื่องนี้อย่าต้องให้ถึงมือ“ทหาร”...ตำรวจเองต้องรีบจัดการ“กวาดบ้าน”และเหลือที่เอาไว้ให้ตัวเองยืน
000 อีกเรื่องว่าด้วยกรณี “วัฒนา เมืองสุข” มีแง่มุมที่ไม่รู้ว่าฝ่ายทหาร คสช. หรือท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้งพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ จะเห็นเป็นสาระสำคัญหรือไม่ เพราะในบรรดา“กองเชียร์”คณะรัฐประหารที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เริ่มมีเสียงบ่น“เบื่อหน่าย”กับการ“จับกันไปจับกันมา”
000 มีบ้างที่รำคาญคุณวัฒนา ที่ออกมา“ตอด”รัฐบาลไม่หยุดหย่อน แต่ขณะเดียวกันก็มีบ้างที่อยากเห็นฝ่ายทหาร“ใจกว้าง”รับฟัง...โดยเฉพาะข้อเสียเปรียบที่เกิดขึ้นคือคุณวัฒนา ใช้สื่อโซเชียลบอกเล่าคนทั้งเมือง ด้วยการพยายามชี้ความชอบธรรม“โน้มน้าว” และเป็นไปได้ว่ามีจะมีคนจำนวนหนึ่งคล้อยตาม
000 ขณะเดียวกันในเมื่อ คสช. ยืนยันมาตลอดว่าจะเข้ามาสร้างความ“ปรองดอง” หลายเรื่องคงต้อง“อดทน”เพราะเชื่อว่ามีกำลังใจมากมาย รวมทั้งต้องระมัดระวังการ“ขยายตัว”ของการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เหมือนอย่างที่ท่านโฆษกไก่อู สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาตำหนิพรรคการเมือง...อย่างที่ไม่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์อะไร
000 รวมไปถึงประโยคที่ฉายซ้ำหลายครั้งว่าภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการบริหาร“ผิดพลาด”ของรัฐบาลก่อน...เชื่อว่าคนฟังไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ ไปจนถึงชาวนาที่กำลังเดือดร้อนหนักเอง ก็คงไม่ได้“ใส่ใจ”...เพราะเขาคงอยากรู้เพียงว่า“รัฐบาลนี้”จะช่วยให้พวกเขาพ้นจากวิกฤติภัยแล้งนี้ได้อย่างไรมากกว่า !!!
........................................
อัชชาวดี [email protected]









