มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก เจ้าพ่อ Facebook
โคจรไปพบกับ Jack Ma เจ้าของ Alibaba.com ที่ปักกิ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ถกกันถึงอนาคตของเทคโนโลยีอย่างเผ็ดร้อน
ทั้งสองต่างเห็นพ้องว่าเทคโนโลยียุคต่อไปคือ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ Artificial Intelligence (AI) ที่จะมาในทุกรูปแบบรวมถึง Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) ที่กำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้
ก่อนการประชุมสุดยอดทางเศรษฐกิจของจีน เพื่อถกแถลงทิศทางของแผนห้าปีข้างหน้าไม่กี่วัน เกิดกรณีโปรแกรม AlphaGo สามารถเอาชนะสมองมนุษย์ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก
เพราะเป็นการตอกย้ำว่า กลไกเทคโนโลยีที่มนุษย์พัฒนา ให้ฉลาดขึ้นตลอดเวลานั้น อาจจะกำลังเอาชนะคนได้ แต่อภิมหาเศรษฐีนักคิดนักสร้างระดับโลกสองคนนี้ ยืนยันว่าอย่างไรเสียหุ่นยนต์ก็คงไม่สามารถมาทดแทนมนุษย์ได้ ไม่ว่ามันจะเป็นอัจฉริยะเพียงใดก็ตาม
เทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะล้ำหน้าเพียงใดก็เป็นเพียง solutions สำหรับการดำรงชีพและการทำงานของมนุษย์เท่านั้น
แต่มิอาจจะทดแทนสมองมนุษย์
แจ็ค หม่าบอกที่ประชุมว่า “คอมพิวเตอร์ย่อมไม่สามารถทดแทนความล้มเหลว ความสำเร็จ ความเป็นมิตรและความรักของมนุษย์ได้...”
มาร์คบอกว่า FB กำลังพัฒนาระบบ AR และ VR ที่พร้อมจะนำสู่ตลาดในประเทศจีนและตลาดโลกได้ในเร็ว ๆ นี้และแจ็ค หม่าก็มีระบบออนไลน์ที่พร้อมจะเอาไปขายได้อย่างคล่องแคล่วทันการ
ทั้งสองคนขึ้นเวที “ขายของ” กันเต็มที่ แต่ก็ไม่ลืมที่จะตอบคำถามสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มองเห็นทั้งสองผู้นำด้านเทคโนโลยีเป็นตัวอย่าง ที่ควรจะเอาอย่าง
คำแนะนำของเจ้าของอาลีบาบายังย้ำว่า ใครก็ตามที่ต้องการจะสร้างความสำเร็จในชีวิต จะต้องไม่คิดถึงการทำเงินก่อน ต้องคิดว่าจะสร้างอะไรใหม่ที่คนอื่นนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เสียก่อน แล้วเงินก็จะมาเอง
แต่ถ้าหากคิดถึงเงินก่อน ก็จะไม่มีความกล้า ความมุ่งมั่น ความพร้อมจะเสี่ยงเพื่อผลักดันตัวเองไปสู่ความก้าวหน้าได้เลย
“Don’t think of money. Think of solutions.” คือคำแนะนำของแจ็ค หม่าต่อผู้ที่หวังจะเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่
เจ้าพ่ออาลีบาบาเตือนว่า เศรษฐกิจจีนต้องเผชิญกับปัญหาอีกระยะหนึ่ง และทุกคนต้องเตรียมตัวและเตรียมใจตั้งรับและพร้อม “รับความเจ็บปวด” ด้วยกันสักระยะหนึ่ง
มาร์ค ซักเกอร์เบิร์กไปปักกิ่งรอบนี้ ไม่เพียงแต่จะไปร่วมประชุมสุดยอด ประเด็นเศรษฐกิจของจีนเท่านั้น แต่ยังไป "สร้างภาพ” ด้วยการพาพรรคพวกวิ่งออกกำลังกาย ผ่านจัตุรัสเทียนอันเหมินให้เป็นที่ฮือฮาเสียด้วย
ว่าแล้ว พี่มาร์คก็เอารูปวิ่งกลางกรุงปักกิ่ง โดยไม่สวมหน้ากากกันควันพิษ เหมือนที่คนจีนที่เมืองหลวงทั้งหลายใส่กัน เหมือนจะให้ความมั่นใจกับชาวโลกว่ายังไง ๆ เขาก็ยังคิดว่าอากาศปักกิ่งไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หลายคนคิด
มีคนแซวใน social media จีนว่าเฮียมาร์คพยายามอย่างมาก ที่จะให้ทางการจีนยอมให้คนจีนเข้าไปเล่น Facebook ได้ เพราะจะเป็นการขยายตลาดอย่างมหาศาล อย่างน้อยก็จะได้สมาชิกใหม่อีกเป็นร้อยล้านคน
เฮียเขามีภรรยาเชื้อสายจีน เพิ่งได้ทายาทมา และเรียนภาษาจีนจนกล้ากล่าวปราศรัยเป็นภาษาจีนกลางเสียด้วย
ผู้นำจีนก็ดูเหมือนจะต้อนรับขับสู้มาร์คเข้าออกประเทศจีน แต่ก็ยังไม่ยอมให้คนจีนเข้าไปเล่น FB หรือ Google Twitter หรือ YouTube เพราะกลัวว่าหากเปิดเขื่อนกั้นเมื่อไหร่ โลกโซเชียลมีเดียของโลกจะกระหน่ำใส่ผู้นำจีนได้อย่างฉับพลันทันที
ผู้นำจีนไม่ยอมปล่อยอะไรที่ตนเองควบคุมไม่ได้เข้ามาแน่นอน
แต่เฮียมาร์คก็ไม่ลดละ ยังจะต้องป้วนเปี้ยนเข้าออกประเทศจีน พยายามปีนป่ายกำแพงเมืองจีนที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการกีดกั้น “สิ่งคุกคามจากภายนอก” ของผู้นำจีนอย่างไม่ยอมท้อถอยเลย
ต้องพิสูจน์ด้วยกาลเวลาว่าใครจะอึดกว่าใครและใครจะใช้ใครให้เป็นประโยชน์ต่อกัน









