วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อมาร์คเจอแจ็คที่ปักกิ่ง : ‘Don’t do it for money…’

มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก เจ้าพ่อ Facebook

 โคจรไปพบกับ Jack Ma เจ้าของ Alibaba.com ที่ปักกิ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ถกกันถึงอนาคตของเทคโนโลยีอย่างเผ็ดร้อน

ทั้งสองต่างเห็นพ้องว่าเทคโนโลยียุคต่อไปคือ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ Artificial Intelligence (AI) ที่จะมาในทุกรูปแบบรวมถึง Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) ที่กำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้

ก่อนการประชุมสุดยอดทางเศรษฐกิจของจีน เพื่อถกแถลงทิศทางของแผนห้าปีข้างหน้าไม่กี่วัน เกิดกรณีโปรแกรม AlphaGo สามารถเอาชนะสมองมนุษย์ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

เพราะเป็นการตอกย้ำว่า กลไกเทคโนโลยีที่มนุษย์พัฒนา ให้ฉลาดขึ้นตลอดเวลานั้น อาจจะกำลังเอาชนะคนได้ แต่อภิมหาเศรษฐีนักคิดนักสร้างระดับโลกสองคนนี้ ยืนยันว่าอย่างไรเสียหุ่นยนต์ก็คงไม่สามารถมาทดแทนมนุษย์ได้ ไม่ว่ามันจะเป็นอัจฉริยะเพียงใดก็ตาม

เทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะล้ำหน้าเพียงใดก็เป็นเพียง solutions สำหรับการดำรงชีพและการทำงานของมนุษย์เท่านั้น

แต่มิอาจจะทดแทนสมองมนุษย์

แจ็ค หม่าบอกที่ประชุมว่า “คอมพิวเตอร์ย่อมไม่สามารถทดแทนความล้มเหลว ความสำเร็จ ความเป็นมิตรและความรักของมนุษย์ได้...”

มาร์คบอกว่า FB กำลังพัฒนาระบบ AR และ VR ที่พร้อมจะนำสู่ตลาดในประเทศจีนและตลาดโลกได้ในเร็ว ๆ นี้และแจ็ค หม่าก็มีระบบออนไลน์ที่พร้อมจะเอาไปขายได้อย่างคล่องแคล่วทันการ

ทั้งสองคนขึ้นเวที “ขายของ” กันเต็มที่ แต่ก็ไม่ลืมที่จะตอบคำถามสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มองเห็นทั้งสองผู้นำด้านเทคโนโลยีเป็นตัวอย่าง ที่ควรจะเอาอย่าง

คำแนะนำของเจ้าของอาลีบาบายังย้ำว่า ใครก็ตามที่ต้องการจะสร้างความสำเร็จในชีวิต จะต้องไม่คิดถึงการทำเงินก่อน ต้องคิดว่าจะสร้างอะไรใหม่ที่คนอื่นนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เสียก่อน แล้วเงินก็จะมาเอง

แต่ถ้าหากคิดถึงเงินก่อน ก็จะไม่มีความกล้า ความมุ่งมั่น ความพร้อมจะเสี่ยงเพื่อผลักดันตัวเองไปสู่ความก้าวหน้าได้เลย

“Don’t think of money. Think of solutions.” คือคำแนะนำของแจ็ค หม่าต่อผู้ที่หวังจะเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่

เจ้าพ่ออาลีบาบาเตือนว่า เศรษฐกิจจีนต้องเผชิญกับปัญหาอีกระยะหนึ่ง และทุกคนต้องเตรียมตัวและเตรียมใจตั้งรับและพร้อม “รับความเจ็บปวด” ด้วยกันสักระยะหนึ่ง

มาร์ค ซักเกอร์เบิร์กไปปักกิ่งรอบนี้ ไม่เพียงแต่จะไปร่วมประชุมสุดยอด ประเด็นเศรษฐกิจของจีนเท่านั้น แต่ยังไป "สร้างภาพ” ด้วยการพาพรรคพวกวิ่งออกกำลังกาย ผ่านจัตุรัสเทียนอันเหมินให้เป็นที่ฮือฮาเสียด้วย

ว่าแล้ว พี่มาร์คก็เอารูปวิ่งกลางกรุงปักกิ่ง โดยไม่สวมหน้ากากกันควันพิษ เหมือนที่คนจีนที่เมืองหลวงทั้งหลายใส่กัน เหมือนจะให้ความมั่นใจกับชาวโลกว่ายังไง ๆ เขาก็ยังคิดว่าอากาศปักกิ่งไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หลายคนคิด

มีคนแซวใน social media จีนว่าเฮียมาร์คพยายามอย่างมาก ที่จะให้ทางการจีนยอมให้คนจีนเข้าไปเล่น Facebook ได้ เพราะจะเป็นการขยายตลาดอย่างมหาศาล อย่างน้อยก็จะได้สมาชิกใหม่อีกเป็นร้อยล้านคน

เฮียเขามีภรรยาเชื้อสายจีน เพิ่งได้ทายาทมา และเรียนภาษาจีนจนกล้ากล่าวปราศรัยเป็นภาษาจีนกลางเสียด้วย

ผู้นำจีนก็ดูเหมือนจะต้อนรับขับสู้มาร์คเข้าออกประเทศจีน แต่ก็ยังไม่ยอมให้คนจีนเข้าไปเล่น FB หรือ Google Twitter หรือ YouTube เพราะกลัวว่าหากเปิดเขื่อนกั้นเมื่อไหร่ โลกโซเชียลมีเดียของโลกจะกระหน่ำใส่ผู้นำจีนได้อย่างฉับพลันทันที

ผู้นำจีนไม่ยอมปล่อยอะไรที่ตนเองควบคุมไม่ได้เข้ามาแน่นอน

แต่เฮียมาร์คก็ไม่ลดละ ยังจะต้องป้วนเปี้ยนเข้าออกประเทศจีน พยายามปีนป่ายกำแพงเมืองจีนที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการกีดกั้น “สิ่งคุกคามจากภายนอก” ของผู้นำจีนอย่างไม่ยอมท้อถอยเลย

ต้องพิสูจน์ด้วยกาลเวลาว่าใครจะอึดกว่าใครและใครจะใช้ใครให้เป็นประโยชน์ต่อกัน