วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผลงานเด่น คสช. ทำประเทศไทยย้อนยุค!

วันก่อนได้มีโอกาสนั่งสนทนา ปัญหาบ้านเมือง

กับ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ซึ่งเชี่ยวชาญงานด้านความมั่นคง ผู้ได้รับการยอมรับไปทั่วประเทศ

ช่วงหนึ่งคุยกันถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการทำประชามติ อาจารย์สุรชาติ บอกว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ จะทำให้การเมืองไทยย้อนกลับไป เหมือนเมื่อตอนที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2521 (ราวๆ 3 ทศวรรษที่แล้ว) ซึ่งเป็นยุคทองของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หรือที่เรียกกันว่า “ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ” (เรื่องราวในรายละเอียดเป็นอย่างไร ติดตามได้ในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้ กับสัมภาษณ์พิเศษอาจารย์สุรชาติ บำรุงสุข)

ผมคิดต่อยอดจากมุมมองของอาจารย์ว่า ไม่น่าจะใช่แค่การเมืองเท่านั้นที่ย้อนยุคหลายสิบปี แต่โครงสร้างการบริหารราชการก็จะย้อนหลังกลับไป 10-20 ปีเป็นอย่างน้อยด้วย

เพราะ คสช.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 44 ออกคำสั่งรื้อโครงสร้างการบริหารของหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะคำสั่งหลังๆ ในปี 2559

เช่น คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 6/2559 ยุบเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน ทั้งๆ ที่เขาแยกแท่งพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นหน้างานสำคัญของตำรวจ ให้เป็นอิสระมาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อแก้ปัญหาสมองไหล และการขาดแคลนพนักงานสอบสวนที่เกิดขึ้นอย่างหนักช่วงก่อนหน้านั้น

จริงๆ วันนี้ถ้าจะพัฒนาต่อ ท่านต้องแยกงานสอบสวนออกจากตำรวจ เพื่อก้าวสู่การบริหารงานยุติธรรมทางอาญาในระดับสากล แต่ท่านดันย้อนกลับไปสู่ปัญหาเหมือนช่วงก่อนปี 2547

หลายคนคาดการณ์ว่าอีกไม่นาน พนักงานสอบสวนเก่งๆ จะถอดเครื่องแบบสีกากี ย้ายไปอยู่องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และองค์การมหาชนกันหมด เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วช่วงที่ตั้งดีเอสไอ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ

อีกคำสั่งคือ คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 10/2559 เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ชื่อคำสั่งดูดี ทำนองว่าเป็นเรื่องปฏิรูปการศึกษา แต่ไส้ในคือการยุบเลิก “คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา” ซึ่งเป็นทิศทางการกระจายอำนาจเพื่อปฏิรูปการศึกษาอย่างยั่งยืนที่ทำต่อเนื่องกันมาหลายรัฐบาล กลายเป็นการตั้ง “คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด” หรือ กศจ.ขึ้นมาแทน

การปฏิรูปการศึกษาที่ดำเนินต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้ จะดีจะชั่วอย่างไรก็พัฒนามาเป็นลำดับ หลังๆ พูดกันถึงการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนท้องถิ่น การจัดทำ“หลักสูตรท้องถิ่น” ที่แตกตัวออกไปจาก “หลักสูตรกลาง” รวมทั้งการศึกษาตามอัธยาศัย แต่คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 10/2559 กลับนำพาประเทศไทยย้อนยุคไปเหมือนช่วงก่อนปฏิรูปการศึกษา

แม้แต่การแก้ปัญหาภาคใต้ ก็มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 14/2559 โละทิ้งสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นตัวแทนภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ แล้วเอาอำนาจไปมอบให้ กอ.รมน.เป็นผู้เลือกคณะกรรมการที่ปรึกษาชุดใหม่ 60 คน หรือนัยแห่งคำสั่งนี้ก็คือการ “ตัดอำนาจประชาชน เพิ่มอำนาจทหาร”

โครงสร้างดับไฟใต้หลังมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 14/2559 จึงไม่ใช่แค่ย้อนไปก่อนการรัฐประหารปี 2549 ยุคที่คุณทักษิณ ชินวัตร ยุบ ศอ.บต.เท่านั้น เพราะยุคนั้นไม่ได้มอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้ทหาร แต่อาจย้อนไปถึงยุคก่อน พล.อ.เปรม ตั้ง ศอ.บต.เมื่อปี 2524 เลยทีเดียว

จริงๆ แล้วสภาพโครงสร้างต่างๆ ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นการแก้ไขพัฒนาเพื่อให้ก้าวพ้นปัญหาที่เคยเกิดก่อนหน้านี้ อาจจะ 10 ปี 20 ปี ซึ่งแน่นอน พอทำๆ กันต่อเนื่องมา ก็ย่อมเกิดปัญหาใหม่ เกิดผลข้างเคียงตามมาบ้าง ท่านก็ต้องแก้ให้มันเดินหน้า ไม่ใช่ย้อนกลับไปใช้โครงสร้างเก่า

เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ประเทศชาติก็ต้องกลับไปเผชิญปัญหาเก่าเหมือนเมื่อ 10 หรือ 20 ปีที่ผ่านมา และแนวโน้มความรุนแรงของปัญหาจะเลวร้ายยิ่งกว่า