วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูรูตั้งวงวิเคราะห์: (3) จะเกิดสงครามในทะเลจีนใต้ไหม?

“กูรูจีน” หลายท่านมาตั้งวงวิเคราะห์ “อาการมังกรยักษ์”

 เพื่อให้ได้หลากหลายความคิดในรายการ “ไทม์ไลน์สุทธิชัย หยุ่น” ทาง Nation TV

วันนั้น ในวงเสวนามี ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น, ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ ดร.สารสิน วีระผล, และคุณทนง ขันทอง

หัวข้อสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ “ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้”

สมภพ – สงครามทะเลจีนใต้เริ่มขึ้นแล้ว แต่น่าจะเป็นสงครามเย็นมากกว่า ไม่น่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น

สุทธิชัย - แต่ก็มีการเผชิญหน้าเกิดขึ้นแล้ว มันไม่เหมือนสงครามเย็นสมัยก่อนที่มีการ propaganda แต่ตอนนี้มันมีการแสดงอำนาจทางการทหารด้วย

สมภพ – ดุลของทั้ง 2 ประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่เชื่อว่าจะเหตุการณ์จะไม่บานปลาย

อักษรศรี – เชื่อว่าจะไม่เกิดสงครามขึ้นก่อนปี 2021 แน่นอน เพราะว่าตอนนี้จีนยังไม่พร้อมที่จะทำสงคราม

สารสิน – เชื่อว่า จีน ไม่กลัวเรื่องสงคราม เพราะว่า พรรคคอมมิวนิสต์เติบโตขึ้นมาท่ามกลางสงคราม ดังนั้นก็เป็นไปได้ว่าถ้ามีสงครามจริงๆ ประเทศจีนอาจจะยิ่งใหญ่กว่าเดิมก็ได้

สมภพ – ทั้งอเมริกาและจีนกำลังทำสงครามกันด้วยระบบ ทุนนิยมโลก แต่ทั้ง 2 ฝ่ายนั้นต่างกัน เพราะ จีนเป็นระบบ Capitalism มีรัฐบาลพรรคเดียว ส่วนอเมริกาก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งที่น่าสนใจคือทั้ง 2 ฝ่ายจะใช้วิธีอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง และจะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรกับประเทศทางฝั่งอาเซียนของเรา

สารสิน – ทางจีนได้อ้างสิทธิความชอบธรรมในเขตพื้นที่ทางทะเลที่ถูกอเมริกาแล่นเข้ามาว่า ที่นี่ไม่ใช่เขตแดนของอเมริกา ส่วนทางอเมริกาว่า เขามีสิทธิเสรีภาพที่จะเดินเรือในทะเล

สุทธิชัย – อเมริกามีสิทธิที่จะมาเดินเรือมั้ย?

อักษรสิน – ความจริงแล้วไม่ควรที่จะมา จีนทำถูกแล้วที่ไล่ออกไป

ทนง – อเมริกาได้ทำการยั่วยุอยู่ 2 ที่ด้วยกัน ที่อ่าวเปอร์เซีย ของอิหร่าน กับ ทางทะเลจีนใต้ ของ จีน

สุทธิชัย – ไม่กลัวว่าจีนจะอ้างสิทธิในการเดินทะเลทางแถบนั้นทั้งหมดหรือ?

สมภพ – จีนได้สร้างเกาะเทียมขึ้นมากลางทะเล และได้ใช้กลยุทธ์เดินหน้ากดดันประเทศต่างๆ ในทะเลจีนใต้ และแถบใกล้เคียงบนเส้นทางสายไหม เพราะนอกจากจะได้เส้นทางการค้าแล้ว ยังได้พันธมิตรเพิ่มด้วย

สารสิน – ทั้งทะเลจีนใต้ และจีนเหนือ เป็นเส้นทางสำคัญทางการค้าของจีน เพราะ จีนเป็นประเทศที่ทำการค้ามากที่สุดในโลก รวมถึงเป็นเส้นทางสำคัญทางยุทธศาสตร์ด้วย เพราะฉะนั้น จีน จึงปล่อยให้อเมริกาเข้ามาป้วนเปี้ยนในทะเลนี้ไม่ได้

อักษรศรี – ทางรถไฟ One Belt One Road นั้นมีความสำคัญกับจีนมากกว่าแค่ทางเศรษฐกิจ รวมทั้ง ความมั่นคง การเงิน และเป็นการเชื่อมต่อกันระหว่างประเทศถึง 60 ประเทศตั้งแต่ฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ถึง มหาสมุทรแปซิฟิค และคาดว่าด้วยโครงการนี้จะช่วยให้จีนยังสามารถผงาดได้อยู่ สามารถช่วยผ่อนปัญหาเศรษฐกิจในประเทศได้ และสิ่งหนึ่งที่ประสบความสำเร็จหลังจากสร้างทางรถไฟเสร็จนั้น คือการก่อตั้งธนาคาร AIIB (Asian Infrastructure Investment Bank) ได้สำเร็จ มีสมาชิกทั้งหมด 57 ประเทศทั่วโลก และสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า จีนจะเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

สุทธิชัย - ช่วยยกตัวอย่างให้ดูว่าแนวทางเส้นทางสายไหมของ 21 century เป็นอย่างไร

อักษรศรี – จะมี 2 เส้นทางคือ ทางบก คือ Silk Road กับ ทางทะเล คือ maritime ซึ่งเส้นทางทางทะเลนี้ไม่ได้มีแค่ในอาเซียนเท่านั้น ยังยาวไปถึง อินเดีย เอเชียใต้ และรวมไปถึง ยุโรปด้วย อีกอย่างหนึ่งที่น่าชื่นชมจีน คือ จีนไม่ได้ประกาศว่าเส้นทางเหล่านี้เป็นของจีนเพียงประเทศเดียว แต่เป็นของ 60 ประเทศที่อยู่ในพื้นที่

ทนง – เห็นได้จากแผนที่ว่าจีนได้ตัดอเมริกาออกไปเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า อเมริกาไม่ใช่จุดศูนย์กลางของโลกอีกต่อไป รวมไปถึงเรื่องบทบาทของเงินหยวนที่จะกระจายออกไป 3 ทวีป นั้นคือ ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา เพื่อประกาศว่า จีนจะขึ้นมาแทนอเมริกา

สมภพ – นอกจากจะมีทางรถไฟแล้ว ภายในปีนี้ จีนจะเปิดสายการบินใหม่กว่าอีก 200 สายการบินที่บินไปทั่วโลก รวมถึงอินเตอร์เน็ต ที่จะพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ระบบเศรษฐกิจพัฒนามากยิ่งขึ้น

อักษรศรี – แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ Iron Silk Road ความยาว 10,000 กิโลเมตร จาก เฉิงตู ถึง โปแลนด์ และพาดผ่าน 5 ประเทศ ซึ่งวิ่งมา 2 ปีครึ่งแล้ว ที่เป็นอีกหนึ่งเส้นทางการค้าของจีน

 (พรุ่งนี้: รถไฟไทย-จีน: จะเกิดไหม?)