ท่านผู้อ่านที่ติดตามบทความในครั้งก่อน คงได้รับทราบถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ประเทศสมาชิกนำไปใช้
เพื่อเป็นเป้าหมายในระดับประเทศ หรือระดับองค์กรต่างๆ รวมถึงภาคธุรกิจที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม ให้นำไปใช้ประกอบเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อนำธุรกิจไปสู่การพัฒนาความยั่งยืนตามแนวทางที่เป็นสากล
ในบทความตอนที่ผ่านมา เราได้ทราบถึงเป้าหมายมาแล้ว 9 หัวข้อ (ติดตามอ่านฉบับย้อนหลังได้ที่ www.bangkokbiznews.com) ในสัปดาห์นี้ จึงขอนำเนื้อหามานำเสนอให้ครบทั้ง 17 เป้าหมายสำคัญ
เป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ – ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการทั้งระดับภายในประเทศ และในระดับความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศที่ร่ำรวยและประเทศที่ยากจน ด้วยการกำหนดมาตรการที่จำเป็นในด้านกฎหมาย การส่งเสริมระบบการเงินอย่างทั่วถึง รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนข้ามชาติ จากชาติที่พัฒนาไปสู่ชาติกำลังพัฒนา
รวมไปถึงการสร้างผู้ประกอบการรายย่อยขึ้นมาช่วยให้ระบบเศรษฐกิจกระจายตัวออกไปยังพื้นที่ต่างๆ อย่างครอบคลุม
เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน - ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ด้วยอัตราการขยายตัวของเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องคำนึงถึงความสำคัญของการจัดการระบบเมืองและการใช้พื้นที่เมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเมืองยิ่งขยายตัวมากขึ้น อัตราการหลั่งไหลเข้ามาของคนที่ต้องการแสวงหาโอกาสในเมืองใหญ่ก็จะมีมากขึ้น นำไปสู่ปัญหาย่านชุมชนแออัดและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชากรเมืองโดยรวม ดังนั้น จึงมีความจำเป็นในการจัดการเมืองใหญ่ หรือ เมกะซิตี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลงทุนในสาธารณูปโภคเพื่อการเดินทาง ระบบความปลอดภัย และการจัดให้มีพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในเมืองใหญ่
เป้าหมายที่ 12 การบริโภคและการผลิตด้วยความรับผิดชอบ – สร้างพฤติกรรมการบริโภคและการผลิตที่จะนำไปสู่ยั่งยืนของแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการผลิตในภาคเกษตร ซึ่งเป็นภาคการผลิตที่ต้องใช้แหล่งน้ำธรรมชาติในปริมาณมากที่สุดเมื่อเทียบกับในการผลิตภาคอื่นๆ
ในภาคการบริโภค จะเห็นได้ว่า โลกยังต้องเผชิญกับปัญหาของขยะอาหารที่เพิ่มมากขึ้น และส่วนใหญ่ของขยะอาหารเหล่านี้ เป็นอาหารที่ยังสามารถนำไปบริโภคได้ แต่ต้องถูกทิ้งไปให้กลายเป็นของเสียอย่างน่าเสียดายในขณะที่ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากขาดแคลนอาหารที่จะนำมาบริโภค
เป้าหมายที่ 13 ดูแลสภาวะอากาศ – ต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่สร้างขึ้นมาจากประเทศใด ประเทศอื่นๆ ย่อมได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงมีความจำเป็นที่ทุกประเทศจะต้องให้ความร่วมมือเต็มที่
สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้เกิดภัยธรรมชาติอื่นๆ ขึ้นมาเป็นผลต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภัยที่มาจากน้ำท่วม พายุ สึนามิ แผ่นดินไหว ภัยแล้ง ฯลฯ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สำคัญและสร้างผลกระทบอย่างมากมายต่อระบบเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย และเมื่อเกิดเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์เหล่านี้ขึ้น ก็ยังจะต้องใช้การลงทุนและใช้เวลาอย่างมากในการฟื้นฟู
เป้าหมายที่ 14 ดูแลสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำ – แหล่งน้ำในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทร์ ท้องทะเล แม่น้ำ ลำคลอง ล้วนเป็นที่มาของการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิต ไม่เฉพาะกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยุ่ในน้ำเท่านั้น แต่ยังจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในโลกทั้งหมดอีกด้วย และทำให้โลกของเราเป็นแหล่งที่อยุ่อาศัยได้ของสิ่งมีชีวิตในระบบสุริยะจักรวาล
ความสำคัญของการดูแลรักษาแหล่งน้ำและสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของโลก ประมาณการว่า มีคนกว่า 3,000 ล้านคนในโลก ที่มีการดำรงชีวิตที่ผูกพันอยู่กับแหล่งน้ำ ได้อาศัยอาหารที่มาจากแหล่งน้ำ แต่ก็พบว่า การประมงในปัจจุบัน ได้ทำให้จำนวนสิ่งมีชีวิตในน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว เกินกว่าความต้องการบริโภคของคนทั้งโลก และเกินกว่าอัตราที่ธรรมชาติจะสร้างผลผลิตทดแทนขึ้นมาได้ทัน
เป้าหมายที่ 15 ดูแลสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลก – ต้องมีการพิทักษ์ บูรณะ และส่งเสริมการใช้ระบบนิเวศของพื้นดินอย่างยั่งยืน บริหารจัดการป่าไม้ หยุดยั้งการเสื่อมโทรมของดิน และการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ
80% ของอาหารที่ป้อนให้กับโลก มาจากพืชซึ่งเติบโตขึ้นบนพื้นโลกในส่วนที่เป็นดิน และมีความสำคัญเช่นเดียวกับแหล่งอาหารที่มาจากพื้นน้ำ การมีอยู่ของป่าไม้ ซึ่งกินพื้นที่กว่า 30% ของผิวโลก และกำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและพืชพันธุ์ที่รวมกันเป็นความหลากหลายทางชีวภาพต้องลดจำนวนลงเช่นกัน หากหยุดยั้งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ จะทำให้ความสมดุลของสิ่งมีชีวิตบนโลกได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
เป้าหมายที่ 16 สันติภาพ ความยุติธรรมและสถาบันที่เข้มแข็ง - ส่งเสริมสันติภาพในสังคมอย่างทั่วถึง จัดให้มีการเข้าถึงระบบยุติธรรมโดยถ้วนหน้าและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่พึ่งได้ในทุกระดับ ซึ่งอาจทำได้ด้วยการคุ้มครองของกฎหมายทั้งในระดับประเทศและกฎหมายนานาชาติที่จะช่วยยุติความขัดแย้งและการใช้กำลังรุนแรง หรือการทำสงคราม รวมถึงการกำหนดขอบเขตด้านความเชื่อทางศาสนาที่จะทำให้ทุกคนบนโลกอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
เป้าหมายที่ 17 มีความร่วมมือกันเพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย - เพิ่มความเข้มแข็งในการสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกในการพัฒนาสู่ความยั่งยืน ความร่วมมือเหล่านี้ อาจเป็นความร่วมมือให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน ด้านมนุษยธรรมและด้านการให้ความรู้ในการบริหารจัดการ จากประเทศที่พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ ไปยังประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือ รวมไปถึงความร่วมมือผ่านเครือข่ายทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน และภาคธุรกิจ ร่วมกัน
จะเห็นได้ว่า ทั้ง 17 เป้าหมายที่สหประชาชาตินำเสนอมานี้ ล้วนเป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญที่จะช่วยให้โลกของเราเป็นสถานที่ที่น่าอยู่และให้สวัสดิภาพอย่างเพียงพอต่อทุกคนด้วยความเท่าเทียมกันและช่วยเหลือกันอย่างจริงใจ
ธุรกิจที่ต้องการแสดงการมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนให้แก่โลกใบนี้ จะสามารถใช้แนวทางในการทำธุรกิจ ให้เป็นไปตามเป้าหมายต่างๆ ใน 17 ข้อที่กล่าวมานี้
โดยธุรกิจสามารถเลือกเป้าหมายที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์และประเภทของธุรกิจได้ตามความเหมาะสม และค่อยๆ เพิ่มการมีส่วนร่วมเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย ก็จะได้ชื่อว่า เป็นธุรกิจที่รักษ์โลก และมีความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว








