วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภาพ Macro หลัง 3 แบงก์ชาติเปิดไพ่

ค่ำคืนนี้ เราอาจจะพอได้เห็นเค้าลางว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐจะขึ้นอีกทีในช่วงเวลาใด จากท่าทีของคณะกรรมการ

ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรปได้ออกมาตรการแบบเป็นแพ็คเกจชุดค่อนข้างใหญ่มาให้ตลาดได้ไม่ผิดหวัง บทความนี้ขอมองทิศทางของแบงก์ชาติยักษ์ใหญ่ทั้งสามและตลาดเกิดใหม่ในช่วงไตรมาส 2 ดังนี้

เริ่มจากธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB คงไม่ถือว่าเกินเลยไปที่จะมองว่านายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB เพิ่งใช้เทคนิค‘ปิดประตู ตีแมว’ โดยบอกว่าจะลดดอกเบี้ยและทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE แล้วให้รอไปสักพักใหญ่ โดยย้ำว่าตลาดอย่ามาถามหาการลดดอกเบี้ยอีกพักใหญ่ จนถึงอย่างน้อยกลางปีนี้

มาตรการที่เพิ่งออกมา ต้องการทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นมา โดยที่ไม่ทำให้แบงก์พาณิชย์ต้องขาดทุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ด้วยการให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยเกือบเท่ากับศูนย์ในตอนนี้เป็นระยะเวลา 4 ปีให้กับแบงก์พาณิชย์

ผมคิดว่ามาตรการชุดนี้จะเป็นการเสริมความอ่อนตัวของค่าเงินยูโรที่อัตราดอกเบี้ยลดลงและปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี คำถามคือในตอนนี้ระบบแบงกิ้งในยุโรปถือว่าอ่อนแอ โดยแย่กว่าของสหรัฐมาก แล้วจะทำอย่างไรต่อในเมื่อช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างของสหรัฐและยุโรปห่างกันมากขึ้น อีกทั้งการปล่อยกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำจาก ECB สู่แบงก์พาณิชย์จะมีใครมากู้ ด้วยธุรกิจในหลายภาคส่วนที่ค่อนข้างไม่เปิดให้แข่งขันกันอย่างเสรีและอุปสงค์ที่ยังไม่กระเตื้องจากความซบเซาของการเติบโตทางเศรษฐกิจและปัญหาการว่างงาน ตรงนี้ ถือเป็นความท้าทายเป็นอย่างมากของ ECB

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ถือว่ายังน่าโล่งใจคือมาตรการชุดนี้ได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี โดยอุดจุดโหว่ของนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ ดังบทความ ‘นโยบาย ‘อัตราดอกเบี้ยติดลบ’ เวิร์กไหม?’ ที่ผมเขียนในกรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ด้วยการเสริม QE ที่ใช้ตราสารหนี้บริษัทเอกชนมาให้ซื้อเสริม แถมยังปล่อยกู้แบงก์พาณิชย์ด้วยดอกเบี้ยต่ำมากเป็นประวัติการณ์ ทว่าต้องบอกว่าจังหวะเวลาหรือ Timing ที่ล่วงเลยมานานพอควร ทำให้ความเข้มหรือประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นดังกล่าวน่าจะลดลงมาเยอะ กระนั้นก็ดี ยังขอบอกว่านายดรากีรอดตัวจากแรงกดดันจากความคาดหวังของตลาดเหมือนเคย ด้วยมวยสไตล์ Boxer ที่เน้นพูดกล่อมตลาด นานๆ ถึงจะลงมือจริงๆ กันสักที

ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ BOJ หากพิจารณานโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบของญี่ปุ่นที่ออกมาเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา จะพบว่าหลายสิ่งหลายอย่างค่อนข้างไม่เป็นไปอย่างที่หลายคนคิดโดยเฉพาะในทางที่เป็นลบ แม้นายฮารูฮิโกะ คูโรด้า ผู้ว่า BOJ จะออกมาย้ำว่านโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบของญี่ปุ่นให้ประโยชน์ต่อประชาชนชาวญี่ปุ่นในที่สุด ทว่ามีสัญญาณความไม่พอใจจากหลายภาคส่วน อาทิ ในตอนนี้ นายจ้างในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ธนาคารพาณิชย์ เริ่มจะไม่ยอมเพิ่มค่าจ้างเนื่องจากกำไรลดลง ทำให้อัตราเงินเฟ้อไม่น่าจะดีขึ้นหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนดังกล่าว จากเวลาที่เขียนบทความนี้อยู่ซึ่งยังไม่รู้ผลการประชุมของ BOJ

ผมคาดว่า BOJ น่าจะขยับแผนเล็กน้อยหรือเปลี่ยนแผนให้ซ้ำซ้อนลดลงในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้ประสิทธิภาพของอัตราดอกเบี้ยติดลบสู่ภาคธุรกิจและครัวเรือนสูงขึ้น รวมถึงนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่เริ่มจะมีคะแนนเสียงลดลงจากเศรษฐกิจที่หดตัว จึงอาจเป็นไปได้ว่าจะมีมาตรการใหม่ของ Abenomics จากนายอาเบะในเร็ววัน

ส่วนทางด้านเฟดนั้น ผมมองน่าจะมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเดือนกันยายนมากที่สุด และมีความเป็นไปได้ หากมองจากวันนี้ว่าอาจจะเป็นการขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ในส่วนตลาดหุ้นสหรัฐนั้น ผมมองน่าจะยังพอจะทรงตัวในระดับนี้หรือลดต่ำกว่านี้ราวร้อยละ 5-7 จนถึงไตรมาส 2 โดยในขณะนี้ กรรมการในเฟดมีความเห็นแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทาง ได้แก่ในฟากหนึ่ง นายแสตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองประธานเฟดมองว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐน่าจะใกล้ถึงจุดที่จะเป็นช่วงขาขึ้น ขณะที่นางลาเอล เบรนาร์ด มองว่าความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกจะยังกดดันให้เฟดไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ในเร็วๆ นี้ผมมองว่านางเยลเลนยังลังเลในประเด็นนี้อยู่พอควรเนื่องจากหลังการประชุมเฟดเมื่อต้นปีนี้ นางแอบมองเป็นนัยๆ ว่าหากเศรษฐกิจจีนยังมีทิศทางที่ไม่ชัดเจน เฟดคงจะคิดหนักในการถกประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายกันแบบจริงจัง

สำหรับตลาดเกิดใหม่หรือ EM นั้น ผมคิดว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์น่าจะไม่ตกต่ำไปกว่านี้ไปมากสักเท่าไหร่นัก นั่นคือสัญญาณที่ตลาด EM น่าจะใกล้เข้าสู่พื้นที่ที่อาจไม่ลงต่อไปกว่านี้มากนักเช่นกัน คิดว่าตลาด EM น่าสนใจในระดับหนึ่ง สำหรับกรอบระยะเวลาช่วงไตรมาส 2-4 ของปีนี้ ทว่าการเข้าออกตลาด หรือ Timing the Market มีความสำคัญมากในการลงทุน แต่ขอย้ำว่าเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเสี่ยงเยอะหน่อย

สำหรับโลกการเงินในปี 2016 คาดว่ายังคงมีอะไรให้แปลกใจกันแบบสุดๆ อย่างแน่นอน อย่าลีมเผื่อใจไว้ให้กับเซอร์ไพร์สเหล่านี้ที่กำลังรอคอยคุณอยู่ด้วยนะครับ