มาแล้วคะ มาตามนัดจริงๆ ปีละหน คน(ไม่)กันเอง ดิฉันหมายถึง ฤดูกาล AGM 2559 คือ นัดประจำของผู้ถือหุ้น
และผู้บริหารที่จะมาเจอกัน ฝ่ายหนึ่งมาเล่า ให้ฟังว่า ทำผลงานหรือทำธุรกิจ เป็นอย่างไรบ้าง อีกฝ่ายทำหน้าที่ฟัง และซักถามในประเด็นที่สงสัย ดูว่าจะเป็นเรื่องง่ายดาย ก็ไม่เห็นจะมีอะไรนี่… เจอกันตามนัดปีละหน ประชุมเสร็จก็แยกย้ายไปทำงานที่แต่ละคนรับผิดชอบ
หากชีวิตง่ายแบบนั้น ก็น่ายินดี แต่พบว่า CEO หลายคนนอนไม่หลับ เมื่อจะถึงวันที่จะเปิดประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น เพราะหวาดหวั่นใจว่า จะเจอลูกไม้(ร้ายๆ) ของผู้ถือหุ้น และพบต่อไปอีกว่า เป็น “วันธงชัย” ของผู้ถือหุ้น (บางคน) ที่จะใช้เป็นเวทีแสดงโวหารส่วนตัว ให้กลายเป็น “คนดัง” ข้ามคืน และอาจกลายเป็นการต่อรองผลประโยชน์ในบางเรื่องได้อีก
สถิติจากภาคสนาม มีตัวเลขน่าสนใจว่า จากจำนวนบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีราว 4.1 ล้านบัญชีนั้น มีผู้ถือหุ้นที่เดินทางเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ในการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น- Annual General Meeting หรือ AGM เพียงตัวเลขหลักหมื่น คือ ราว 70,000 คน และมีการมอบฉันทะอีกราว 110,000 คน หรือ เป็นร้อยละ 5 เท่านั้น
มีการหารือเบาๆ กันว่า หากจะรณรงค์ให้มีการเข้าร่วมประชุมกันมากๆ จำนวนผู้ถือหุ้นที่มากขึ้นทุกปี ตามการขยายขนาดของนักลงทุน และการเติบโตของตลาดหุ้นไทย จะใช้สถานที่ที่ไหนมารองรับได้กันล่ะ เพราะอย่างแชมป์บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นมากที่สุด คือ การบินไทยราว 1.2 แสนคนนั้น หากพร้อมใจกันมาประชุม สถานที่จะเป็นที่ใดกัน
สาระสำคัญที่ถือว่าเป็น “หัวใจ” ของการประชุม AGM คือการมาพบกันเพื่อเล่าเรื่องผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาว่ามีผลเป็นอย่างไร กิจการเจริญเติบโต หรือมีข้ออุปสรรคใดบ้าง เหมือน “หุ้นส่วน” ที่คุยกัน เพียงแต่การเป็นบริษัทมหาชน จำเป็นต้องมีข้อกำหนดทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องให้เตรียมการปฏิบัติ แต่หากเผลอหรือตั้งใจหรือจงใจหลีกเลี่ยงอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้
“วาระ” ต่างๆ ของการกำหนดการประชุม AGM เป็นที่ปรากฏทราบกันอยู่โดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่ละฝ่ายควรมีการเตรียมตัว และระมัดระวังที่จะไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อโลกธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น การบริหารจัดการเชิงธุรกิจย่อมซับซ้อนตามไปด้วย นักลงทุนจึงต้องปรับตัวให้ทันท่วงที นอกเหนือจากการติดตามข่าวสารที่ทั้งเกี่ยวข้อง และสิ่งแวดล้อมที่จะเชื่อมโยงถึงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะโลกใบเล็กลง ความง่าย จึง “ไม่ง่าย” เหมือนในอดีตอีกต่อไป
การอ่านข้อมูลของทั้งกว่า 600 บริษัทจดทะเบียนจึงเหมือนการดูหนังกว่า 600 เรื่องเช่นกัน นักลงทุนหรือคอหนัง เลือกหนังที่ชอบที่ถูกใจได้ หนังรัก หนังบู๊ หนังผญจภัย หนังแนวไวไฟ คล้ายกลุ่มอุตสาหกรรม ที่นักลงทุนสนใจเจาะลึกเพื่อศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง และเลือกในหุ้นที่ตัวเองมั่นใจในอนาคตที่จะวางเงินลงทุนของตัวเองได้
ในฐานะการเป็นองค์กรตัวแทนผู้ถือหุ้นรายบุคคล สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยยังคงทำหน้าที่ที่มีจุดยืนตามนโยบายของการเป็นผู้ถือหุ้นในทุกบริษัทจดทะเบียน คือการลงมติ “ไม่เห็นด้วย” กับ 3 วาระ คือ การมีวาระจร,การมีเงื่อนไขของผู้สอบบัญชี และการที่มีกรรมการอิสระดำรงตำแหน่งเกิน 3 วาระ หรือ 9 ปี ซึ่งล้วนแต่เป็นการดำรงไว้ตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี มิใช่ข้อกำหนดตามกฎหมายแต่ประการใด เพราะหากจะมีผู้รู้ พลิกข้อกฎหมายคงไม่พบ และอาจมีคำถามต่อออกมาได้ว่า เรื่องที่ว่านี้ มีใน พ.ร.บ.ฉบับใด
ข้อถกเถียงกันเรื่องจรรยาบรรณ เรื่องธรรมาภิบาล มีกันมาแล้วหลายเรื่อง แม้ไม่ระบุเป็นกฎหมายข้อใดๆ แต่หากจะเทียบเคียง น่าจะเป็น เรื่องของ “ศีลธรรม” ที่ควรละอายต่อบาป เป็นการทำดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ต้องแอบทำว่า คงไม่มีใครรู้ ใครเห็น เราอาจจะหลอกคนได้ทั้งโลก แต่คงหลอกตัวเองไม่ได้ ใช่ไหม….
อีกเรื่องที่ถกประเด็นกันมาก คือเรื่อง “ของชำร่วย” ที่บริษัทจดทะเบียน มักจะมีมอบเป็นสินน้ำใจให้ ผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุม AGM จนกลายเป็นแฟชั่น และข้อเรียกร้อง เป็นข้อกังวลใจ และเป็นที่หยามใจของคนบางกลุ่ม จนเกิดฉายา ว่า เป็น ”มนุษย์ป้า” เห็นแก่ได้ เที่ยวไปรับของชำร่วย อ้างตามสิทธิที่ควรจะได้ จนเบี่ยงประเด็นความสำคัญของวัตถุประสงค์ของการประชุม AGM ไปเสียแล้ว
สถิติการแจกของชำร่วยในปี 2557 พบว่า มี 95 บริษัทจดทะเบียน “ไม่แจก” และในปีรุ่งขึ้น คือปี 2558 พบว่า มี 309 บริษัทจดทะเบียน ที่ “ไม่แจก” เป็นจำนวนที่มากขึ้น เพราะมีประเด็นปัญหาหน้างาน และการบริหารจัดการที่ยุ่งยากมากขึ้น แม้จะเป็นสินค้า หรือบริการของตัวเอง ที่ตั้งใจจะมอบเป็นสินน้ำใจให้ผู้ถือหุ้นได้ลองไปใช้ที่บ้านก็ตาม
หากมองในความเท่าเทียมกัน หลายฝ่ายมีความเห็นคล้อยตามกันว่า อาจเป็นการไม่เท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น เพราะจะได้รับของชำร่วยเฉพาะผู้ที่มาเข้าร่วมประชุม AGM เท่านั้น หากแปรงบประมาณไปเป็น “ปันผล” น่าจะเป็นการเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกคนมากกว่า
อีกประเด็นที่เป็นข่าวดัง คือ การมีผู้ถือหุ้นบางกลุ่มตั้งกลุ่มขึ้นมาแอบ “ต่อรอง” กับผู้บริหาร ทั้งด้านการเป็นคนทำหน้าที่ “เคลียร์”หน้าเสื่อ สกัดบางเรื่อง เชียร์บางเรื่อง จนกลายเป็นผลประโยชน์ที่ลงตัว จนน่าเป็นห่วงว่า จะกลายเป็น “มาเฟีย” กลุ่มก้อนนี้ จะควรมีการเปิดสปอตไลด์ไล่ความมืดบอดออกไปจากตลาดหุ้นไทยร่วมกัน เชื่อว่าทุกฝ่ายคงอยากเห็นเรื่องดีงามที่ยืนอยู่บนความถูกต้องของสังคมตลาดทุนไทย ฟังแล้วดูเป็นลมๆ แต่ไม่เกินความเป็นไปได้ หากทุกฝ่าย ลงมือทำ
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยประกาศ “คิกออฟ” ฤดูกาล AGM 2559 ออกมาแล้ว คือ ห้วงเวลาระหว่าง 14 มีนาคม จนถึง 30 เมษายน นับจำนวนวันทำการ คือ 31 วัน และการมีนัดกับกว่า 600 บริษัทจดทะเบียน ด้วยบรรยากาศฉันท์กัลยาณมิตร สุภาพชน คุย หารือกัน สร้างสรรค์สังคม เป็นอีกชุมชนที่มีผู้คนนับล้านที่เกี่ยวข้อง
จึงมีการจัดสัมมนาร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แบบฟรี ..ฟรี มานั่งฟังกันได้ ที่หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แห่งใหม่ใกล้สถานทูตจีน ใครยังไม่เคยไปตึกใหม่ แห่งนี้ ถือโอกาส มาเยี่ยมกันได้ วันที่ 9 มีนาคม นี้ ลงทะเบียน ออนไลน์ที่ WWW.thaiinvestors.com หัวข้อแบบโดนๆ “สิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้น บนมิติ หยินหยาง ขาว-ดำ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง” สิทธิ และหน้าที่ ที่ต้องมาพร้อมกัน ไม่ไปละเมิดใคร เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง แค่นี้เอง สังคมก็จะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ…..
มาตามนัด กันนะคะ…..








