วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าถามว่าเรามีถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

จงถามว่าแล้วจะไปต่อได้อย่างไร?

ถามแค่ “เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?” คงไม่พอแล้ว

ต้องถามต่อว่า “แล้วเราจะไปต่ออย่างไร?”

ต้องขอบคุณ “กระแสตุ๊กตาลูกเทพ” ที่ทำให้มีคนย้ำคำถามเดิมว่าสังคมไทย มาถึงจุดแห่งความน่างุนงงนี้ได้อย่างไร

เมื่อถามกันบ่อยและจริงจังมากขึ้น คนไทยก็ต้องช่วยกันหาคำตอบให้ได้ และมิใช่เพียงแค่ประเด็นความงมงายเรื่องไสยศาสตร์เท่านั้น หากแต่ต้องโยงใยไปถึงเรื่องที่สำคัญกว่านั้นคือเรื่องการเมือง เศรษฐกิจและสังคม

ใครที่ตั้งคำถามเรื่องความเชื่อและศรัทธาเรื่องแปลก ๆ พิสดารที่หาคำอธิบายไม่ได้ จะถูกย้อนว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” และเมื่อเจอกับคำแย้งอย่างนี้ การสนทนาก็จะยุติลง จะไม่มีการถกแถลงต่อว่าความเชื่อที่ผิดเพี้ยนไป จากคำสั่งสอนอันแท้จริงของพระพุทธเจ้านั้น สมควรจะถือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้โดยไม่ต้องตั้งคำถามหรือไม่

ในการตั้งคำถามว่าด้วยอนาคตการบ้านการเมืองก็เช่นกัน หากมีใครถามว่าการเมืองบ้านเรา “มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? จะเดินต่อไปอย่างไร?”ก็จะถูกย้อนแย้งด้วยประโยคทำนองว่า “คุณถามอย่างนี้อยู่ฝ่ายไหน สีอะไร?”

แต่ก่อนนี้คนตั้งคำถามจะเจอกับวลีว่า “บ้านเมืองไม่ใช่ของเราคนเดียว จะไปคิดมากทำไม?”

ไม่ว่าคำถามและคำแย้งจะเป็นอย่างไร ผลทั้งอดีตและปัจจุบันก็เหมือนกัน นั่นคือบทสนทนาที่จะนำไปสู่การหาทางออกร่วมกันด้วยเหตุด้วยผล ก็จะถูกระงับยับยั้งด้วยทัศนคติที่ว่าการทำอะไรตามใจฉันเป็นสิทธิที่ไม่มีใครมายุ่งเกี่ยวได้

แม้ว่าท่าที “ทำได้ตามใจคือไทยแท้” นั้นจะเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของการสร้างชาติบ้านเมือง ทั้งในอดีตและปัจจุบันและอนาคต... หากไม่มีการปฏิรูปทางความคิดของสังคมอย่างจริงจังและมั่นคง

ปรากฏการณ์ “ตุ๊กตาลูกเทพ” จุดประกายให้เกิดคำถามเดิมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ถามว่าความล้าหลังของประเทศชาติมาจากเหตุอันใด และทำไมความเชื่อเรื่องผีสางเทวดา จึงสร้างกระแสได้มากกว่าวิทยาศาสตร์และตรรกะ?

หากเหมือนทุกเรื่องทุกครั้ง เรื่องนี้ก็จะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้ช่วยทำให้เกิดการตื่นตัวของสังคมเพื่อค้นหาคำตอบสำหรับสังคมไทย

หากพระยังปลุกเสกตุ๊กตา และยังสั่งสอนว่าคนบริจาคเงินมากจะได้ไปสวรรค์ชั้นสูงกว่าคนให้เงินวัดน้อยกว่า ก็เชื่อได้ว่าเราก็จะยังวนเวียนอยู่กับคำถามเดิมที่ว่า “เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?” โดยไม่สามารถก้าวพ้นเพียงคำถามไปสู่การแสวงหาคำตอบได้

ในทำนองเดียวกัน คำถามเดิม ๆ ที่ว่าทำไมระบอบประชาธิปไตยของไทย ยังวกวนอยู่กับการล้มล้างด้วยรัฐประหาร เป็นวงจรอุบาทว์ถึงวันนี้ ก็จะหาคำตอบไม่ได้ตราบเท่าที่เรายังมีคุณภาพนักการเมือง เป็นได้เพียงแค่นักเลือกตั้งที่ไร้สำนึกแห่งการทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน

คำถามเดิมที่ว่า “ทำไมเรายังก้าวไม่พ้นกับดักการเมืองเดิมไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง?” ก็จะโดนแย้งด้วยคำถามที่ว่า “คุณพูดอย่างนี้เป็นพวกใคร?” แทนที่จะเป็นคำถามว่า “เราจะสงวนจุดต่างและแสวงจุดร่วมเพื่อปฏิรูปบ้านเมืองอย่างแท้จริงได้อย่างไร?”

หรือ“ตุ๊กตาลูกเทพ” ครั้งนี้จะเป็นพรจากสวรรค์เพื่อกระตุ้นให้คนไทย ตื่นจากภวังค์เพื่อเผชิญกับความจริง ความคิดวิทยาศาสตร์ ประเมินด้วยเหตุด้วยผล

และมีความกล้าที่จะปฏิเสธและลบหลู่ความมัวเมาลุ่มหลงและงมงาย ที่ทำให้สังคมไทยจมปลักอยู่ในบ่อน้ำครำเน่า ๆ นี้มานานแสนนานแล้ว