มีคนถามแจ็ค หม่า เจ้าของ Alibaba.com อันโด่งดังของจีน
ว่าเขากับรัฐบาลจีนมีความสัมพันธ์กันฉันใด
ผมจำได้ว่าตอนที่มีข่าวออกมาใหม่ๆ เมื่อปลายปีก่อนว่าเขาได้ซื้อหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ของฮ่องกง นักวิจารณ์ตั้งข้อสงสัยทันทีว่าเขาจะทำให้สื่อสิ่งพิมพ์แห่งนี้ กลายเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลจีน ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของหนังสือพิมพ์ ที่เคยมีชื่อเสียงเป็นสื่ออิสระมากว่าร้อยปีบนเกาะแห่งนี้
แจ็ค หม่าออกมาปฏิเสธแข็งขันทันที บอกว่าเขาจะปกป้องอิสรภาพในการทำหน้าที่สื่อของ SCMP ต่อไปแน่นอน เพราะหากเขาไปยุ่มย่ามกับอิสรภาพของคนข่าวแล้ว ความน่าเชื่อถือก็จะหมดไป ธุรกิจเขาก็จะมีปัญหา
เมื่อเจอคำถามหลังจากนั้นว่าเขากับผู้นำจีนสนิทสนมกลมกลืนกันเพียงใด นักธุรกิจอภิมหาเศรษฐีจากธุรกิจอีคอมเมิร์สคนนี้ยอมรับว่า
“ทั้งเราทั้งรัฐบาลจีนกำลังเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน”
แจ็ค หม่าบอกว่าตอนที่บริษัทยังใหม่และเล็กนั้น การบริหารมุ่งไปที่ตลาด
“เราไม่อยากใกล้ชิดกับรัฐบาลเกินไป เพราะเราต้องพึ่งพาตลาด เราทำทุกอย่างเพื่อพุ่งเป้าไปที่ธุรกิจเล็ก ๆ และรัฐบาลจีนก็พอใจในสิ่งที่เราทำ...”
แต่วันนี้อาลีบาบาใหญ่มาก ปัญหาก็ตามมา
“ทุกแห่งที่เราไปซึ่งก็เกี่ยวกับการบริหารอินเทอร์เน็ตก็มีความขัดแย้ง บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ แต่ต้องยอมรับว่ามีความขัดแย้ง แต่ผมคิดว่าเรามีโอกาสที่จะพูดกับรัฐบาล เราต้องสื่อสารกับรัฐบาล เราต้องให้การศึกษารัฐบาล เราต้องรู้ว่ารัฐบาลเป็นห่วงกังวลเรื่องอะไร รัฐบาลต้องรู้ว่าเราต้องการอะไร และเราเป็นห่วงเรื่องอะไร เราเป็นหุ้นส่วนด้วยกัน...”
เจ้าของอาลีบาบาบอกต่อว่า
“ทั้งรัฐบาลและเราต้องการให้เศรษฐกิจดี เราต่างก็ต้องการสร้างงาน และเราต่างก็ต้องการให้ทุกครอบครัวมีความสุข ดังนั้น คำถามจึงอยู่ที่ว่าเราจะทำงานร่วมกันให้ดีกว่านี้อย่างไร”
เขายอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะใน 16 ปีที่ผ่านมานั้น เขาไม่เคยรู้ว่าจะทำงานร่วมกับรัฐบาลในลักษณะของธุรกิจอย่างไร
“ตอนนี้เรากำลังเรียนรู้อยู่”
แปลว่าแจ็คหม่ายอมรับยังจับทางไม่ถูก ว่าธุรกิจยักษ์ระดับโลกอย่างอาลีบาบา จะทำงานร่วมกับรัฐบาลที่มีพรรคคอมมิวนิสต์กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ (และอาจไม่ชอบที่จะเห็นเสรีภาพของอินเทอร์เน็ตมีมากเกินไป) ให้ราบรื่น เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย และให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร
แต่ที่ผมสังเกตเห็นคือช่วงหลังนี้แจ็ค หม่าจะเดินประกบประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในงานใหญ่ ๆ เป็นประจำ
ทั้งสองคนต่างต้องอาศัยซึ่งกันและกัน แต่ขณะเดียวกันก็มีความขัดแย้งในบทบาทและเป้าหมาย เพราะอาลีบาบาจะเติบใหญ่ได้ ต้องให้ระบบอินเทอร์เน็ตและธุรกิจมีเสรีภาพกว้างขวางที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหุ้นของอาลีบาบาไปซื้อขายในสหรัฐ นักลงทุนย่อมต้องการเห็นการทำงานของบริษัทนี้มีความคล่องตัวในฐานะธุรกิจเอกชน ไม่ถูกรัฐบาลครอบงำหรือแทรกแซง
แต่รัฐบาลจีนย่อมต้องการอำนาจการควบคุมและกำหนดทิศทางและกิจกรรมของธุรกิจจีน ยิ่งใหญ่ยิ่งมีอิทธิพลเพียงใด ก็ยิ่งจำเป็นที่รัฐบาลจีนจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและรับรู้ความเป็นไป
นี่คงเป็นเหตุผลที่แจ็ค หม่ายอมรับว่า “ความขัดแย้ง” ยังดำรงอยู่ ยิ่งขยายงานไปทั่วโลกมากเพียงใด ก็ยิ่งมีความขัดแย้งมากขึ้น
และเมื่อเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัว รัฐบาลจีนก็อาจจะยิ่งต้องการให้อาลีบาบา มีส่วนช่วยเสริมบางด้านของเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน
ซึ่งก็แปลว่าจะมีแรงกดดันมาลงที่แจ็ค หม่าหนักหน่วงขึ้น
เจ้าพ่ออีคอมเมิร์สกับหัวหน้าคอมมิวนิสต์ของจีน จะคบหากันอย่างไรให้ไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรง เป็นหนึ่งในหลาย ๆ คำถามของจีนวันนี้!









