วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิรูปภาคเกษตร

ความกังวลจากสถานการณ์ภัยแล้ง อาจจะดูคลี่คลายลง

 หลังจากหน่วยงานของรัฐอย่างกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์การจัดการน้ำ และการคาดการณ์ภาวะฝนในปีนี้ น่าจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป ซึ่งการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานที่ผ่านมาก็ถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง หากติดตามรายงานการขอความร่วมมือเกษตรกรในการลดพื้นที่เพาะปลูกพืชใช้น้ำมากอย่างข้าวนาปรัง ซึ่งพบว่ามีการเพาะปลูกเกินเป้าหมายที่วางไว้ไม่มากนัก เพราะมีการเตือนและดูแลการระบายน้ำอย่างเข้มงวด

แต่ไม่ว่าพื้นที่พืชใช้น้ำมากจะสูงหรือต่ำกว่าเป้าหมาย แต่ผลกระทบต่อภาคเกษตร ไม่เพียงแค่เรื่องปริมาณผลผลิตจากพื้นที่เพาะปลูกเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของราคาสินค้าเกษตรด้วย ซึ่งในปีนี้คาดการณืกันว่าราคาพืชผลการเกษตรอาจจะทรงๆตัวจากปีก่อน โดยเฉพาะพืชผลการเกษตรที่ส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้รายได้ของภาคเกษตรในปีนี้ก็ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนนัก ดังนั้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา นั่นคือ รายได้ภาคเกษตรยังไม่ฟื้นตัวและกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

หากย้อนกลับไปติดตามการแก้ปัญหา ของรัฐบาลในช่วงปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลรับรู้ถึงผลกระทบจากภาคเกษตรต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และเห็นความสำคัญอย่างมากต่อกำลังซื้อของภาคเกษตร จึงมีการออกมาตรการกระตุ้นต่างๆ ทั้งเรื่องการจ้างงานและการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ภาคเกษตรหลายโครงการ ส่งผลให้กำลังซื้อของภาคเกษตรกระเตื้องขึ้นมาบ้างในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ผลกระทบยาวนานข้ามปีและขนาดของกลุ่มคนในภาคเกษตร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงไม่อาจฟื้นตัวได้รวดเร็ว

ในปีนี้ อาจจะเห็นสถานการณ์ของภาคเกษตร ซ้ำรอยกับปีที่ผ่านมา กล่าวคือ ราคาผลผลิตยังไม่ฟื้นตัวและยังได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อกระตุ้นภาคเกษตรอีกรอบ ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาครัฐจะเข้ามาเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ภาครวมเศรษฐกิจในระดับมหภาพดูดีขึ้นมาเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน อีกทั้งในปีนี้นโยบายด้านเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาลบางนโยบายเริ่มเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะการส่งเสริมการลงทุน

อันที่จริง รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายปฏิรูปภาคเกษตรตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ โดยหวังว่าจะทำการปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งหมด แต่ที่ผ่านมา นโยบายยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากมีความยุ่งยากและซับซ้อนอย่างมากในการแก้ปัญหา อีกทั้งภาคเกษตรก็มีปัญหาเฉพาะที่ต้องเร่งแก้ไข ทำให้นโยบายการปฏิรูปภาคเกษตร ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวนั้นไม่มีความคืบหน้ามากนัก โดยรัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเร่งด่วน

หากเปรียบเทียบกับนโยาบการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม และพาณิชย์จะเห็นได้ว่านโยบายด้านการเกษตรนั้นมีความคืบหน้าน้อยมาก แม้เป็นนโยบายที่ดีและเริ่มคิดกันมานาน แต่ผลสุดท้ายปัญหาใหญ่คือการผลักดันนโยบายสำคัญเพื่อปรับโฉมภาคเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการจัดโซนนิ่ง หรือ สนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก แต่ผลสุดท้ายพลังตลาดก็มีอำนาจเหนือนโยบายรัฐ เมื่อใดก็ตามที่ราคาพืชผลดี เกษตรกรก็พร้อมหันไปปลูกตามความต้องการของตลาด

ดังนั้น หากปัญหาภาคเกษตรในปีนี้ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา กล่าวคือมีปัญหาเรื่องราคาสินค้า และการช่วยเหลือความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของเกษตรกร ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าในช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา การปฏิรูปภาคเกษตรมีความยากลำบากอย่างมากที่จะไปสู่เป้าหมาย เราเห็นว่าหากรัฐบาลต้องการจะหลีกเลี่ยงแนวทางเดิมๆในการแก้ปัญหาภาคเกษตร ซึ่งวนเวียนกับปัญหาเดิมมานานหลายสิบปี ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องปฏิรูปภาคเกษตรอย่างจริงจัง หาไม่แล้วรัฐบาลก็ติดกับดักเดิมๆที่เป็นมานาน ภาคเกษตรก็ยังเป็นภาระรัฐบาลต่อไปอีกนาน