วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสียงประชาชนเพื่อการปฏิรูป ด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริต

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท) ได้เสนอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ)  19 ประเด็น เพื่อบรรจุในรัฐธรรมนูญ เนื้อหาสาระที่เสนอมีความหลากหลายและบางประเด็นก็คล้ายกับข้อเสนอแนะของประชาชนที่อดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช) ได้รวบรวมจากการจัดเวทีปฏิรูปทั่วประเทศและการรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วไป รวมทั้งจากการระดมสมองระดับกลุ่ม แต่ก็มีหลายประเด็นที่มีความต่างและสมควรได้รับการพิจารณา

ในการรวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะทำงาน ในคณะอนุกรรมาธิการสังเคราะห์ประเด็นปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ พบว่ามีประชาชนเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสูงถึง 9,588 ข้อความ จากความเห็นทั้งหมดประมาณเกือบหนึ่งแสนข้อความ ถือเป็นร้อยละสิบ โดยประมาณ ซึ่งต้องถือว่าประชาชนให้ความสำคัญเรื่องนี้สูงมากทีเดียว

จากการจัดหมวดหมู่ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะทำงานพบว่า สามารถเรียงลำดับตามจำนวนความถี่ของข้อความจากมากสุดเรียงลำดับลงไปถึงน้อยสุดได้ทั้งหมด 15 เรื่องดังนี้

1.เรื่อง การพัฒนาระบบและกลไกการดำเนินงานการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น จำนวน 2,507 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 26.05 ของทั้งหมด

2.เรื่อง การพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น จำนวน 1,330 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 13.87 ของทั้งหมด

3.เรื่องการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นที่มีประสิทธิภาพ จำนวน 867 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 9.04 ของทั้งหมด

4.เรื่อง การพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น จำนวน 821 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 8.56 ของทั้งหมด

5.เรื่อง การสร้างวัฒนธรรมและพลังทางสังคมในการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น จำนวน 552 ข้อความ คิดเป็นร้อยละ 5.76 ของทั้งหมด

6.เรื่อง การปลูกฝังและปลุกจิตสำนึกเรื่องคุณธรรมจริยธรรม จำนวน 537 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 5.60 ของทั้งหมด

7.เรื่อง การปรับเปลี่ยนทัศนคติและการสร้างค่านิยมเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น จำนวน 504 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 5.26 ของทั้งหมด

8.เรื่อง การปลูกและปลุกคุณธรรม จริยธรรม ทัศนคติ ค่านิยม จิตสำนึกและส่งเสริมความรู้การต่อต้านคอรัปชั่น จำนวน 476 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 4.96 ของทั้งหมด

9.เรื่อง การป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นที่เป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและจริงจัง จำนวน 461 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 4.81 ของทั้งหมด

10.เรื่อง การส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จำนวน 436 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 4.53 ของทั้งหมด

11.เรื่อง การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน จำนวน 373 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 3.89 ของทั้งหมด

12.เรื่อง การสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรต่อต้านการทุจริตภาครัฐ (กกต. สตง. ปปช. ปปท. ปปง.) จำนวน 230 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 2.40 ของทั้งหมด

13.เรื่อง การสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายภาคส่วนต่างๆในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม จำนวน 211 ความเห็น คิดเป็น ร้อยละ 2.01ของทั้งหมด

14.เรื่อง การบูรณาการการทำงานระหว่างองค์กรต่อต้านคอรัปชั่นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 187 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 1.95 ของทั้งหมด และ

15.เรื่อง การตั้งเป้าหมายค่าดัชนีต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น จำนวน 96 ความเห็น คิดเป็นร้อยละ 1.0 ของทั้งหมด

จากทั้งหมด 15 เรื่อง พบว่าเรื่องที่ประชาชนได้เสนอความเห็นและข้อเสนอแนะสูงกว่าร้อยละ 5 ขึ้นไป มีจำนวน 7 เรื่อง ซึ่งอยู่ในลำดับที่หนึ่งถึงเจ็ดข้างต้น และคิดเป็นร้อยละ 74.14 ของทั้งหมดทีเดียว

เมื่อพิจารณาเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นจะพบว่าเกิดขึ้นได้กับทุกระดับในสังคม การปราบปรามดูเหมือนจะเป็นมาตรการสุดท้ายที่จะขัดขวาง (Deterrence) การคอรัปชั่น โดยทำให้ผู้ที่มีเจตนาประพฤติมิชอบได้ตระหนักถึงโทษทัณฑ์ที่จะได้รับ และทำให้เกิดความเกรงกลัวไม่กล้ากระทำ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว การทุจริตประพฤติมิชอบเป็นผลมาจากเรื่องอื่นๆมากเสียกว่า (Corruption is a symptom, not the disease/cause) ฉนั้น การกำจัดคอรัปชั่นโดยสิ้นเชิงจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก นอกเสียจากได้กำจัดรากเหง้าที่เป็นเหตุแห่งคอรัปชั่นได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างแท้จริง การกำจัดคอรัปชั่น จะต้องสร้างสถาบันที่ทำงานเพื่อประชาชนให้มีความเข้มแข็ง โดยไม่ยอมให้โครงสร้างของสถาบันทั้งหลายในประเทศทำงานเพียงเพื่อรับใช้คนกลุ่มน้อยที่เป็นชนชั้นนำและยึดติดกับการหารายได้จากการทุจริตประพฤติมิชอบ สูบเลือดสูบเนื้อประเทศชาติของเรา

ถ้าการทุจริตคอรัปชั่นเป็นเหตุ จะแปลว่า ถ้าไม่มีการคอรัปชั่นแล้วประเทศชาติจะเจริญมั่งคั่งได้จริงหรือไม่ การกำจัดบุคคลที่ทุจริตคอรัปชั่นจะเป็นการหยุดการระบาดได้ในระดับหนึ่ง แต่จะไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้ และในไม่ช้าก็จะเกิดขึ้นอีก การบูรณาการหน่วยงานที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นในบริบทต่างๆอาจช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น แต่อาจจะเกิดปัญหาที่ต่างก็ต้องยึดตามตัวบทกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อการทำงานของแต่ละองค์กร ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจึงค่อนข้างจำกัด

การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่เชื่อว่าถ้าเขาเหล่านั้นได้รับการปลูกฝังให้มีจิตสำนึกที่ชิงชังกับการทุจริตคอรัปชั่น เมื่อเติบโตขึ้นเขาก็จะไม่ประพฤติปฏิบัติเช่นนั้น เป็นความคาดหวังของสังคมกับอนาคตของประเทศชาติ แต่เราคงไม่สามารถฝากทุกอย่างให้กับคนรุ่นใหม่ได้ เพราะในขณะที่เขาได้รับการปลูกฝังให้มีจิตสำนึก ถ้าสภาพชีวิตยังต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดและต้องการอยากมีอยากได้เหมือนคนอื่นๆยังมีอยู่ หรือเกิดขึ้นในภายภาคหน้า สิ่งที่เราปลูกฝังในครั้งที่พวกเขาเป็นเด็กหรือเยาวชนก็อาจเป็นเรื่องที่ถูกลืม

ทุจริตคอรัปชั่น เป็นผลมาจากความไม่เท่าเทียมกันของคนในสังคมไม่ว่าจะในรูปแบบของความไม่เท่าเทียมในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา ก่อให้เกิดการยึดเอาผลประโยชน์เฉพาะหน้าเพื่อตัวเองและพวกพ้องจากผู้ที่สมประโยชน์ด้วยกัน การแก้ไขเรื่องทุจริตคอรัปชั่นจึงมิใช่แค่การบัญญัติบทลงโทษไว้ในกฎหมายหรือแม้แต่รัฐธรรมนูญ เพราะคอรัปชั่นเป็นผล(Symptom) มากกว่าเหตุ (Cause / Disease)

 

(หมายเหตุ บทความนี้เป็นความเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับอดีตคณะอนุกรรมาธิการสังเคราะห์ประเด็นปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ แต่อย่างใด)