วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เข้าแบงก์ได้ อย่า (กลัว) ขายประกัน

ติดตามข่าวคราวของดาราหนุ่มอย่าง ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์แล้ว

 ทำให้เกิดความสำนึกถึงความไม่แน่นอนในชีวิต โรคไข้เลือดออกที่ลุกลามมาล่าสุดต้องตัดขาซ้ายเหนือข้อเท้า แม้จะดีว่าเป็นการตัดเนื้อร้ายเพื่อรักษาชีวิตไว้ แต่อนาคตหลังจากนี้ชีวิตดาราหนุ่มคงไม่เหมือนเดิมเป็นแน่ มาถึงจุดนี้ทำให้ได้คิดถึงความจำเป็นในการคุ้มครองความเสี่ยงภัย ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิเรา นั่นคือการทำประกันชีวิตนั่นเอง

หากมองโลกสวย ๆ แล้วการซื้อประกันในปัจจุบันแสนสะดวก แค่เดินเข้าสาขาธนาคารใดก็มีให้เลือกซื้อตามกำลังแล้ว แต่ในความเป็นจริงเสียงที่บ่นกันขรมของผู้บริโภค คือซื้อประกันจากธนาคารแล้วกลับไม่ได้ความคุ้มครองอย่างที่เข้าใจ

ช่องทางการขายประกันผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์ ในปัจจุบันมีบทบาทกับธุรกิจประกันมาก โดย ณ สิ้นไตรมาส3 ปี 2558 มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมีทั้งสิ้น 390,903 ล้านบาท มาจากช่องทางแบงก์อสชัวรันส์ถึง 171,804 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 43.95% อันดับ 2 รองจากช่องทางตัวแทนที่มีสัดส่วน 49.33% ทำให้บรรดาธุรกิจประกันที่ไม่ได้มีแม่เป็นแบงก์ ต้องเร่ขวนขวายเพื่อให้ได้ช่องทางนี้มาเป็นหนึ่งในช่องทางเติบโต

ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์เองก็เน้นธุรกิจการขายประกัน ผ่านสาขาจนมีสัดส่วนรายได้สำคัญของธนาคาร โดยในไตรมาส3ที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์รายงานการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเฉียด20% ในขณะที่สินเชื่อซึ่งเป็นรายได้หลักเติบโตในระดับต่ำๆต่อเนื่อง

สังเกตุได้ว่าธนาคารที่เน้นการขายหรือเรียกง่าย ๆ ว่าขายผ่านสาขาเก่ง ๆ จะมีสัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในสัดส่วนที่สูง ส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าธรรมเนียม ในต่างประเทศสัดส่วนนี้มีเกินกว่า 50% ทีเดียว ทุกวันนี้ธนาคารไทยทุกแห่งพยายามที่จะไปถึงจุดนั้นเช่นกัน

ลองมาดูใส้ในรายได้ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ธนาคารกรุงไทยมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 19.7% และทำให้สัดส่วนรายได้ดังกล่าวมีสัดส่วน 32% ของรายได้รวม เทียบกับปี 2554 ที่มี 29% ธนาคารกรุงเทพมีรายได้ค่าธรรมเนียมในช่วง 9 เดือน 1.78 หมื่นล้านบาท เติบโต10.6%เทียบปีก่อน ในส่วนนี้มาจากธุรกิจประกันและกองทุน15.9% เพิ่มขึ้นจากปี 2557ที่มี 13.8%

ธนาคารกสิกรไทยที่มีสัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยกว่า 43.16% ของรายได้รวมในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมารายได้ดังกล่าวเพิ่มขึ้น 15.38% เทียบปีก่อน มาจากธุรกิจประกัน 21% ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์มีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต 5.1% โดยสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมกว่า 27% มาจากธุรกิจประกัน ธนาคารกรุงศรีอยุธยามีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิงวด 9 เดือน 12,806 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% มาจากรายได้ประกันในสัดส่วน 13%

ด้วยนโยบายของธนาคารที่จะมุ่งเน้นรายได้ส่วนนี้ แต่เมื่อแตกขยายไปสู่ระดับปฏิบัติการแล้ว จึงกลายเป็นเป้าหมายของพนักงานสาขาทุกแห่ง หากไม่ได้รับการฝึกอบรมที่ดี ก็อาจกลายเป็นการส่งต่อความกดดันเหล่านี้ ไปสู่ผู้บริโภคได้เหมือนที่เกิดขึ้นมาหลายครั้งคราว

จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้ยินว่าเลขาธิการ คณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คนใหม่ มีความสนใจที่จะเข้ามาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยจะมีการสุ่มตรวจในแต่ละพื้นที่ และหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อีกด้วย

อย่างไรเสียประกันชีวิตก็ถือเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ที่อย่างดีกับทั้งชีวิตเราหรือชีวิตธุรกิจ  เพราะสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ การลดเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการตั้งแง่ และตีกันตัวเองออกจากการทำประกันชีวิตไม่ว่าช่องทางใด ๆ จะช่วยลดอุปสรรคการเข้าถึงการบริหารความเสี่ยงส่วนบุคคลได้ 

หวังว่าต่อไปนี้เราจะเดินเข้าสาขาแบงก์ได้ ไม่ต้องกลัวถูกขายประกัน