เมื่อเดือนธันวาคม 2557 ทีมงาน Thaieurope.net ได้รายงานกรณีคณะกรรมาธิการยุโรป สืบสวนกรณีบรรษัท
ข้ามชาติหลีกเลี่ยงภาระภาษีธุรกิจ โดยการละเมิดกฎการอุดหนุนจากรัฐของอียูตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2557 ล่าสุด นาง Margrethe Vestager กรรมาธิการยุโรปดูแลด้านการแข่งขัน ได้แถลงเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558 ว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้สรุปการสอบสวนในส่วนของลักเซมเบิร์กและเนเธอร์แลนด์แล้ว สรุปผลว่า ประเทศสมาชิกทั้งสองได้อนุญาตให้ เฟี๊ยตในลักเซมเบิร์ก และสตาร์บัคส์ ในเนเธอร์แลนด์ ใช้โครงสร้างทางภาษีที่เป็นการละเมิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐของอียู
แม้คณะกรรมาธิการยุโรปจะยอมรับว่า วิธีการที่บรรษัทข้ามชาติต่างๆ ใช้เพื่อให้ได้รับความมั่นใจในการบริหารจัดการโครงสร้างภาษี ในประเทศในอียู ที่บรรษัทไปลงทุนในรูปแบบหนังสือที่เรียกว่า “comfort letters” จะเป็นไปตามกฎหมายในหลักการ แต่การสอบสวนของคณะกรรมาธิการยุโรป มีผลสรุปว่า comfort letters ที่ลักเซมเบิร์กและเนเธอร์แลนด์ได้ออกให้แก่เฟี๊ยต และสตาร์บัคส์ เป็นการให้ความเห็นชอบโครงสร้างภาษีที่ตั้งใจทำให้ซับซ้อน และทำให้ภาระภาษีที่บรรษัทต้องชำระแก่ประเทศสมาชิกต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งไม่สะท้อนสภาพแท้จริงของตลาด และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นจริง
คณะกรรมาธิการยุโรปมีคำสั่งให้ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ ต้องแก้ไขและเรียกค่าเสียหายจากบรรษัทข้ามชาติทั้งสอง เป็นจำนวนรายละประมาณ 20-30 ล้านยูโร
คำสั่งดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อยุติของกระบวนการทางกฎหมาย โดยประเทศสมาชิกสามารถอุทธรณ์กับ Court of Justice of the European Union หรือ ECJ ได้
ปัญหาของโครงสร้างภาษีของบรรษัทข้ามชาติทั้งสอง ที่คณะกรรมาธิการยุโรปใช้เป็นเหตุผลในการออกคำสั่ง ให้ประเทศสมาชิกทั้งสองแก้ไขและเรียกค่าเสียหายคือ การที่สาระสำคัญของ comfort letters จากหน่วยงานรัฐของประเทศสมาชิกมีผลเป็น Transfer Pricing Rulings และให้การยืนยันแก่เฟี๊ยต และสตาร์บัคส์ว่า บริษัททั้งสองสามารถจัดทำวิธีการคำนวณภาษีที่ต้องชำระ โดยใช้วิธีการตกลงการแจ้งราคาของสินค้า และบริการหรือธุรกรรมล่วงหน้า (Advance Pricing Arrangement - APA) ในการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือ ซึ่งเสมือนเป็นการโอนผลกำไรในประเทศสมาชิก ที่มีอัตราภาษีธุรกิจสูงมาเป็นผลกำไรของบริษัทในเครือในประเทศ ที่มีอัตราภาษีธุรกิจต่ำ และทำให้ภาระทางภาษีทั้งหมดของบรรษัทข้ามชาตินั้นๆ ลดลง
จะเห็นได้ชัดเจนในกรณีของเฟี๊ยตในลักเซมเบิร์ก ธุรกรรมดังกล่าวคือการปล่อยกู้ให้บริษัทในเครือ ในขณะที่กรณีของ สตาร์บัคส์ ในเนเธอร์แลนด์ คือ บริษัทในเครือทั่วอียูของ สตาร์บัคส์ ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร (Royalty fee) สำหรับเมล็ดกาแฟคั่วและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกาแฟต่างๆ ให้แก่บริษัทในเครืออีกแห่งของ สตาร์บัคส์ ในเนเธอร์แลนด์
กิจกรรมเหล่านี้ รัฐบาลของทั้งลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ ได้ให้การยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นว่า การให้การยืนยันดังกล่าวเป็นการให้การอุดหนุนโดยภาครัฐอย่างเลือกปฏิบัติ และละเมิดสนธิสัญญาว่าด้วยการดำเนินงานของสหภาพยุโรป (Treaty on the Functioning of the European Union - TFEU) ข้อ 107 (1)
อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปทางกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนคือ ธุรกรรมของบรรษัทข้ามชาติทั้งสอง ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ ในกรณีของเนเธอร์แลนด์ หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรปมีคำสั่งดังกล่าว รัฐบาลของเนเธอร์แลนด์ก็ได้ออกแถลงการณ์ว่า การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านภาษีของเนเธอร์แลนด์เป็นไปตามหลักสากล โดยเฉพาะหลักการ “Arm’s Length Principle”(1) ของOECD’s Transfer Pricing Guidelines ที่อนุญาตให้ใช้ Transfer Pricing ได้ในธุรกรรมบางประเภท ซึ่งหน่วยงานด้านภาษีของเนเธอร์แลนด์มีความเห็นว่า ธุรกรรมของสตาร์บัคส์ เป็นธุรกรรมที่สามารถทำได้ตามหลักของ OECD
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของลักเซมเบิร์ก ได้ให้ความเห็นเช่นกันว่า การสรุปผลดังกล่าวของคณะกรรมาธิการยุโรป เป็นการใช้ข้อพิจารณาที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งทั้งรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ และรัฐบาลลักเซมเบิร์กกำลังตัดสินใจว่า จะใช้ช่องทางทางกฎหมายแบบใดต่อไป
ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการยุโรป ก็ตั้งเป้าที่จะเสนอ Common Consolidated Corporate Tax Base (CCCTB) อีกครั้งในปีหน้า เพื่อนำนโยบายด้านภาษีธุรกิจที่ปัจจุบันเป็นอำนาจหน้าที่ของประเทศสมาชิกมาเป็นการกำกับดูแลระดับสหภาพฯ แทน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2558 ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ G20 ได้ให้ความเห็นชอบรายงาน Final Reports on the G20/OECD Base Erosion and Profit Shifting (BEPS) Project ซึ่งประกอบด้วยข้อเสนอแก้ไขการพิจารณาหลักการ “Arm’s Length Principle” ของ OECD’s Transfer Pricing Guidelines ที่มีสาระสำคัญเป็นการปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยมุ่งที่จะทำให้บรรษัทข้ามชาติต้องชำระภาษีธุรกิจแก่ประเทศที่ผลกำไรนั้นๆ เกิดขึ้น ซึ่งข้อเสนอนี้จะได้รับการพิจารณาโดยผู้นำกลุ่มประเทศ G20 ที่เมือง Antalya ประเทศตุรกี ในวันที่ 15-16 พ.ย. นี้
ความเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับสหภาพยุโรป และระดับนานาชาติเหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อภาระภาษีของทั้งบรรษัทข้ามชาติและธุรกิจทุกสัญชาติ และทุกขนาดที่ลงทุนและดำเนินธุรกิจข้ามประเทศในสหภาพยุโรป
นอกจากนี้ ยังอาจเป็นข้อพิจารณาถึงต้นทุนของนักลงทุนไทย ที่ปัจจุบันมีเงินทุนไหลเวียนจากผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ประเภทกองทุน Foreign Investment Funds (FIFs) ในประเทศไทย สู่กองทุน master funds ที่จดทะเบียนหรือทำธุรกรรมในประเทศสมาชิกอียู
นักลงทุนไทยคงต้องพิจารณาความเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายภาษีธุรกิจและข้อพิจารณาอื่นๆ ในภาคตลาดทุน ซึ่งอาจรวมไปถึงการที่คณะกรรมาธิการยุโรปมีความคิดที่จะใช้ Financial Transaction Tax หรือที่นิยมเรียกกันว่า Tobin Tax ในอนาคตด้วย โดยทีมงาน Thaieurope.net จะรายงานเมื่อมีความคืบหน้าต่อไป
ท่านสามารถอ่านรายละเอียดของรายงานเสนอข้อแก้ไข OECD Transfer Pricing Guidelines ได้ที่ http://www.keepeek.com/Digital-Asset-Management/oecd/taxation/aligning-transfer-pricing-outcomes-with-value-creation-actions-8-10-2015-final-reports_9789264241244-en#page15และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรปได้ทาง www.thaieurope.net หรือติดตามรับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจาก Twitter “@thaieurope” และ Facebook “thaieurope.net”
(1) ความหมายของ ‘Arm’s Length’ คือ “ระยะทางที่ห่างไกลเพียงพอที่จะไม่มีความเสน่หาเข้ามาเกี่ยวข้อง ธุรกรรมที่เกิดจากการกระทำของคู่สัญญาที่เป็นอิสระต่อกัน หรือต่อรองกันโดยมีสถานะเท่าเทียมกัน” (อ้างอิงจากสรรพากรสาสน์: http://www.sanpakornsarn.com/page_article_detail.php?aID=17)
--------------------
โดยทีมงาน Thaieurope.net









