วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข้อควรพิจารณา กรณีกสทช.เลื่อนประมูล

กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

 และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เลื่อนการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จากวันที่ 12 พ.ย.2558 เป็นวันที่ 15 ธ.ค. 2558 ตามเดิม โดยระบุถึงสาเหตุการเลื่อนการประมูลครั้งนี้ เนื่องจากมีความเห็นจากนักวิชาการเกรงว่าอาจมีการสมยอมราคา หรือการฮั้วประมูล แม้สำนักงาน กสทช.จะมีมาตรการป้องกันไว้แล้ว เพราะวันประมูลใกล้กับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ และทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาลดน้อยลง

กสทช.ระบุได้พิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งผลดีและผลเสียแล้ว และเพื่อเป็นการรับข้อสังเกตของภาคประชาชน และองค์กรทุกภาคส่วน จึงมีมติกทค.ให้การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาเดิมที่กำหนดคือ วันที่ 15 ธ.ค. 2558 ซึ่งแน่นอนว่าการเลื่อนประมูลด้วยเหตุผลดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แม้ว่าช่วงจังหวะเวลาอาจไม่สอดคล้องกันนัก เนื่องจากกสทช.ได้ประกาศการประมูลไปแล้ว ทั้งๆที่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ น่าจะเกิดขึ้นก่อนกำหนดวันประมูล แต่ก็ถือว่าเป็นความรอบคอบของกสทช.

แน่นอนว่าการเปิดประมูลในครั้งนี้ถือว่าไม่ได้ล่าช้าเกินไปนัก และอาจผิดความคาดหมายไปบ้าง เพราะหากทำการประมูลตามกำหนด ก็ถือว่ากสทช.ดำเนินการค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการเร่งรัดการลงทุน และต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากจะเป็นการเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดังนั้นวิธีการรับผลกระทบดังกล่าวคือการลงทุนจากภาครัฐเท่านั้นที่สามารถช่วยได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งโครงการลงทุนขนาดใหญ่จำนวนมาก โดยอาจกล่าวได้ว่าเป็น“การเร่งรัด”ลงทุน ซึ่งแน่นอนว่าโครงสร้างพื้นฐานตามนโยบายของรัฐบาลนั้นมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ และถือเป็นการทดแทนการลงทุนภาครัฐที่สะดุดมานานจากปัญหาการเมืองในประเทศ จนไม่สามารถพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ได้ และโครงการเหล่านี้ล้วนแต่มีความซับซ้อนทางด้านเทคนิค และการประเมินผลกระทบหลายด้าน ซึ่งในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาในการพิจารณานานเพื่อความรอบคอบ อาทิ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

แต่ลักษณะทั่วไปของโครงการขนาดใหญ่ คือการประเมินผลกระทบนั้น เป็นเรื่องที่คาดการณ์ตามหลักวิชาการ ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น ซึ่งไม่จำเป็นที่ผลเกิดขึ้นจริงจะเป็นไปตามหลักการที่วางไว้หรือจากผลการศึกษา เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่อาจสร้างผลกระทบในอนาคต ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลยุคหลังคือคนรุ่นต่อไปสามารถทำได้หากโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้สร้างผลกระทบเชิงลบต่อการดำเนินชีวิตคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น ส่วนการจะล้มเลิกหรือเริ่มกลับไปสู่จุดเดิมก่อนมีโครงการนั้นเป็นเรื่องยากอย่างมากหรืออาจเรียกว่าเป็นไปไม่ได้

เราเห็นว่ากรณีของกสทช. อาจเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการคิดพิจารณา โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐในขณะนี้ แน่นอนว่าผลประโยชน์หรือผลได้ที่เกิดขึ้นในเชิงเศรษฐกิจนั้นไม่เป็นที่สงสัยว่าจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทย แต่ผลกระทบด้านอื่นที่ยังมองไม่เห็นจำเป็นต้องการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน บางครั้งบางกรณี โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม แต่เรากลับละเลยบางด้าน เนื่องจากมองเห็นแต่ด้านดีเท่านั้น เราหวังว่าหากมีการเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ รัฐบาลมีข้อมูลที่ครบถ้วนถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน หาไม่แล้วต้องมาตามแก้ผลกระทบที่เกิดขึ้นในภายหลัง