วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชัยชนะของ‘ผู้แพ้’

เสร็จสิ้นกระบวนยกร่าง ข้อบังคับการประชุมไปเรียบร้อยแล้ว จากนี้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

 หรือสปท.จะต้องเร่งเดินหน้า “ขับเคลื่อน” การทำงานของกรรมาธิการสามัญการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน

000 กระบวนการที่จะดำเนินต่อไป...เป็นการ“ต่องาน” ที่ให้กมธ.แต่ละด้านไปทำ “เวิร์คชอป”หาประเด็นร้อนไล่เรียงอันดับ 1-5 จากนี้ก็จะแยกย้ายกันไป คิดหาแนวทางแก้ปัญหา แล้วนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมวงใหญ่

000 กรอบในการดำเนินการน่าจะไม่ผิดแผกแตกต่างไปจากที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.เคยศึกษาเอาไว้มากนัก ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะน่าจะช่วยให้การทำงานเดินหน้าไปได้เร็วขึ้น

000 ที่น่าสนใจ...นอกจากจะมีกรรมาธิการทั้ง 11 ชุดแล้ว สปท.จะมีการตั้ง “กมธ.ปราบโกง” หรือกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปป้องกันการประพฤติมิชอบขึ้นมาอีก 1 คณะ มีตัวแทนมาจากกมธ.ปฏิรูปทั้ง 11 ชุด บวกด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ที่รวมกันแล้วไม่เกิน 21 คน

000 กรรมาธิการชุดนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการเข้ามากำหนดแนวทาง แก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งในเบิื้องต้นจะต้องมีความชัดเจนใน 3 ด้าน คือต้องมีรายงานการปฏิรูป วิธีการปฏิรูป และกรอบเวลาการปฏิรูป

000 ส่วนการสร้าง“ความปรองดอง” ที่หลายฝ่ายจับตารอ... กลายเป็นคำถามว่าทำไมไม่มีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาดูแลเป็นการเฉพาะ... เพราะเป็นปัญหาใหญ่ เกี่ยวพันกับการ“เดินหน้า”ต่อไปของบ้านเมือง  

000 เรื่องนี้...แต่เดิมมีแนวคิดจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 3-4 ชุด ในกมธ.ปฏิรูปการเมือง เพื่อมาดูแล...แต่เหตุที่ยังไม่มีการตั้งเป็นกรรมาธิการ เพราะสามารถตั่้งเป็น“กรรมการ”ในภายหลังได้ และเป็นอำนาจของประธานสปท. ที่จัดการได้ทันที ส่วนเจ้าภาพใหญ่ก็ยังคงเป็นทีมปฏิรูปการเมืองตามเดิม

000 ส่วนการเมืองว่าด้วยเรื่องรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้ไปจะมีการลงพื้นที่รับฟังความเห็นของประชาชนให้ครบถ้วนทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย ซึ่งจะเริ่มต้นกันตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงปลายเดือนธ.ค.

000 เริ่มจากภาคเหนือในวันที่19-20พ.ย. จะให้ส่งตัวแทนจังหวัดละ 10 คนจากทั้งหมด17จังหวัด มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันที่เชียงราย ส่วนภาคใต้คุยกันที่หาดใหญ่ วันที่ 27-28 พ.ย. ภาคอีสาน วันที่ 19-20 ธ.ค.ที่จ.อุบลราชธานี และในวันที่ 27-28ธ.ค.จะเป็นการรับฟังความเห็นในกรุงเทพฯ ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ 

000 หลังจากนั้นน่าจะไม่เกินเดือนธ.ค.ร่างรัฐธรรมนูญน่าจะเสร็จเรียบร้อย เพื่อแจกจ่ายให้พรรคการเมือง ส่วนราชการ และสื่อมวลชน ฉะนั้นในเดือน ม.ค.-มี.ค. ทาง กรธ.ก็จะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนบ่อยขึ้น เพื่อพูดคุยกับกลุ่มแกนต่างๆ และประมวลความคิดเห็นกันอีกครั้ง...

000 อีกประเด็นร้อนการเมืองที่ยังพูดกันไม่จบ...ว่าด้วยระบบเลือกตั้งแบบ“จัดสรรปันส่วนผสม” ที่ถูกมองว่าจะทำให้ผู้แพ้เลือกตั้งกลายเป็นผู้ชนะจากการนำเอาคะแนนของ“ผู้แพ้”มาเป็นคะแนนพรรค เพื่อจัดสรรส.ส.ในระบบปาร์ตี้ลิสต์...เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดพรรคการเมือง“นอมินี”

000 เพื่อผูกเป็นพันธมิตรกับพรรคการเมืองใหญ่ เมื่อ“เข้าป้าย”เป็นอันดับสองก็จะกวาดไปทั้ง ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยไม่ต้องไปแบ่งคะแนนให้ใคร 

000 ดร.ชาติชาย  ณ เชียงใหม่ หนึ่งในกรธ. บอกว่าไม่ใช่อย่างที่เข้าใจกัน แต่ระบบที่ว่าทุกคะแนนทำให้ทุกคนสามารถมีผู้แทนของตัวเองได้ จึงใช้วิธีเลือกเขตก่อน เมื่อได้ส.ส.เขตแล้วคะแนนที่ได้ในลำดับ1ลำดับ2จะนำมารวมไว้ในผังคะแนนความนิยมของพรรค เมื่อนำมารวมหมดก็จะนำมาเกลี่ยกันเป็นสัดส่วน...

000 แต่แนวคิดนี้หากการ“กาบัตร”เพียงใบเดียวแล้วหมายถึงเป็นการเลือทั้งคนและพรรค ก็อาจผิดไปจากเจตนารมย์ของผู้ใช้สิทธิ...คงต้องพิจารณากันให้ถี่ถ้วน !!!

 ...................................

อัชชาวดี [email protected]