วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชาธิปไตยที่พึงปราถนา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้กับคนในชาติ”

 โดยย้ำว่าในเดือนก.ค. 2560  จะต้องมีการเลือกตั้งเพื่อนำพาประเทศกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย และยอมรับว่าขณะนี้กระบวนการสร้างความปองดองและการปฏิรูปการเมือง “ยังไม่มีความชัดเจน” ซึ่งอาจตีความได้ว่ารูปร่างหน้าตามของประชาธิปไตยไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเนื้อหาสาระของกระบวนการประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญใหม่ แม้ว่ารูปแบบที่มีการเลือกตั้งจะเป็นรูปแบบที่ยังคงเอาไว้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังเรียกร้องในประเด็นเดิม โดยกล่าวย้ำว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อเดินหน้าเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย และไม่ต้องการให้ประเทศกลับเข้าสู่วงจรเดิม ที่เกิดความขัดแย้งทางการเมืองจนสร้างความเสียหายให้กับประเทศ อีกทั้งต้องการเห็นระบบการเมืองที่ดี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้ยังไม่เห็นรูปร่างหน้าตาที่ชัดเจนของระบอบประชาธิปไตยที่ดีตามความหมายของนายกรัฐมนตรีคืออะไรกันแน่ แต่ก็พออนุมานได้ว่าเป็นระบบการเมืองที่ไม่สร้างปัญหาเหมือนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

กระบวนการปฏิรูปทางการเมืองในขณะนี้อาจกล่าวได้ว่า ยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เพราะยังไม่มี“ความชัดเจน”ทั้งๆที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)บริหารประเทศมาปีกว่าแล้วก็ตาม ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการปฏิรูปด้านอื่น โดยเฉพาะด้านกฏกติกาทางเศรษฐกิจ เราก็จะเห็นได้ว่ามีความชัดเจนและนโยบายต่างๆประกาศบังคับใช้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่บริหารประเทศ แม้บางนโยบายยังไม่เห็นผล แต่เชื่อว่าอาจจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากในอนาคตอันใกล้

หากฟังน้ำเสียงของพล.อ.ประยุทธ์ ดูเหมือนว่าต้องการ “เริ่มต้น” กระบวนการปฏิรูปการเมืองให้ได้เสียก่อน แม้ว่าจะไม่ได้มีระบบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ตามที่ควรจะเป็นก็ตาม แต่เป็นประชาธิปไตยแบบ“ไทย”ที่ต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการใช้อำนาจทางการเมืองในอดีต จากนั้นหากสถาบันการเมืองสามารถพัฒนาอย่างเข้มแข็งและนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ดี ก็สามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงในภายหลัง เพื่อให้ประเทศมีระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เช่นเดียวกับอารยประเทศ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเนื้อหาสาระของประชาธิปไตยไทยจะเป็นอย่างไร มีข้อสังเกตุในบางประเด็นต่อแนวคิดประชาธิปไตยของคนในสังคม กล่าวคือ แนวคิดแรก ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือลดความขัดแย้งของคนในสังคม ซึ่งเป็นรูปแบบประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น โดยหากเกิดความขัดแย้งก็สามารถใช้กลไกที่มีอยู่ยุติความขัดแย้งได้ ส่วนอีกแนวคิด คือ ประชาธิปไตยเป็นต้นเหตุสร้างความขัดแย้ง เนื่องจากมองว่าเป็นกลไกไปสู่การมีอำนาจรัฐ ซึ่งทำให้เกิดการใช้อำนาจประชาธิปไตยแบบผิดๆอย่างกว้างขวาง

เราเห็นว่าขณะนี้อยู่ในช่วงการกำหนดกฏกติกาต่างๆของประเทศ และหวังว่าระบอบประชาธิปไตยที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะนำไปสู่ประชาธิปไตยในความหมายแรก นั่นคือ ลดความขัดแย้งของคนในสังคม ซึ่งนั่นหมายความต้องเกิดความรู้ความเข้าใจร่วมกันของคนสังคมอย่างกว้างขวาง แต่หากคนในสังคมยังคิดและชมชอบความหมายที่สอง ประชาธิปไตยไทยก็คงพัฒนาแบบนี้ไปเรื่อยๆ และจะเกิดการตัดวงจรจากการปฏิวัติรัฐประหารเป็นระยะ เพราะประชาธิปไตยตามความหมายที่แท้จริงไม่เคยเกิดขึ้น แม้แต่คนที่ชอบอ้างว่ารักประชาธิปไตย