ระเบิดภายในศาลองค์ท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสะพานสาทร 17 และ18 สิงหาคม
ประเทศไทยได้ทบทวนทฤษฎีความมั่นคงใหม่ อย่างน้อยการประเมินกลุ่มที่มีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดระเบิดใจกลางมหานครได้ ไม่ใช่การสร้างสถานการณ์เพื่อหวังผลทางการเมือง อีกแล้ว
“ระเบิด” นำมาผูกโยงเข้ากับสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส-สยามพารากอน เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว 2 ครั้ง จุดแรก บริเวณหม้อแปลงไฟฟ้าป้ายหน้าห้างสยามพารากอน จุดที่ 2 อยู่ใกล้กัน ที่หน้าบริษัทบีเอ็มเอ เอ็กซ์เพรส เซอร์วิส รับส่งเอกสาร เจ้าหน้าที่เก็บเศษตะปูยาว 1.5 นิ้ว คนร้ายใช้เป็นสะเก็ดระเบิด ได้จำนวนมาก ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
จากหลักฐานเศษท่อเหล็ก และเศษตะปู พอจะบอกได้ว่า เป็น “ไปป์บอมบ์” โดยเชื่อว่าสาเหตุมาจากการเมือง
10 เมษายน เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้นภายในลานจอดรถชั้นใต้ดินห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด 6 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด วันเดียวกันเกิดเหตุไฟไหม้ ที่อาคารโกดังสินค้า สหกรณ์โคออป สุราษฎร์ธานี
แรงขับที่เป็นปัจจัยการก่อเหตุครั้งนี้ เพื่อตอบโต้รัฐไทยที่ขอให้มาเลเซียบังคับสมาชิกสภาองค์กรนำระดับสูงที่อยู่ในมาเลเซียขึ้นโต๊ะการเจรจาสันติสุข การเลือกสถานที่เกาะสมุย เพื่อให้มีผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจ และการเมือง
ส่วนระเบิดราชประสงค์ สาทร เรามองข้ามขบวนการค้ามนุษย์อุยกูร์ กระทั่งพิสูจน์ จุดเกิดเหตุและการจับตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงยอมเชื่อมโยงเหตุรัฐบาลไทย ส่งอุยกูร์ 109 คน ให้จีน ว่ามีน้ำหนักมากพอที่จะเป็นตัวจุดชนวน
เมื่อรวมเอาเหตุการณ์ทำลายสถานกงศุลไทยในตุรกี ก็ยิ่งชัดเจนว่า ระเบิดนี้ ไม่เกี่ยวกับการเมืองภายในประเทศ
เราประเมินพลาดอย่างไร น่าจะเป็นเพราะจากศักยภาพขบวนการค้ามนุษย์โรฮิงญา เมื่อถูกทางการเข้าไปทลายเครือข่าย ไม่มีผลกระทบความรุนแรง ตามมา
แล้วทำไม "อาเดม คาราดัก" ที่อ้างเป็นตุรกี หนีเข้าเมืองผ่านนายหน้าจุดหมายมาเลเซีย จึงเฝ้าศูนย์บัญชาการระเบิดในพูลอนันต์อพาร์ตเม้นท์ ส่วน “ไมไรลี ยูซุฟ” ชาวเมืองซินเจียง ที่สารภาพว่าหนีเข้าเมืองมาขายของในกทม. แต่คนขายของทำไมมีสูตรระเบิด ซึ่งกองกำลังบูรพา ตรวจพบระหว่างการหลบหนีออกนอกประเทศ เราปล่อยให้คนเหล่านี้อยู่ในประเทศได้อย่างไร
แล้วยังมีคนไทย อย่าง “วรรณา สวนสัน” กับหญิงวัยกลางคน ที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ในหอพักสตรีย่านดินแดง คือตัวช่วยขบวนการนี้ให้ทำผิดในประเทศ และช่วยหลบหนี
เครือข่ายนี้ มีศักยภาพที่ก่อเหตุระเบิดทำลายล้างสูง มีคนตาย 20 บาดเจ็บกว่า 120 คน ย่อมทำให้เรากลับมาทบทวนนโยบายความมั่นและจัดกลุ่มเฝ้าระวัง เพราะถือว่า เป็นภัยใหม่ ของประเทศ และคนเหล่านี้ยังปะปนอยู่ร่วมกับคนไทยในพื้นที่ต่างๆ
อีกนโยบายที่ต้องทบทวนคือ การเปิดประเทศเสรีการเดินทาง เท่ากับเราเปิดประตูบ้านให้ใครก็ได้เข้าประเทศมาทำมิดีมิร้าย ปกติวิธีการแบบไทยๆ เราจะเข้มงวดเฉพาะหลังเกิดเหตุร้าย เราไม่รักษามาตรฐานให้เข้มโดยสม่ำเสมอ









