วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าหลงกับสถิติตัวเลข

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เตรียมเสนอแผน

พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 โดยจะเป็นแผนพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปี จากปี 2560-2564 ซึ่งหากติดตามเป้าหมายของแผนพัฒนาฉบับนี้ ถือว่ามีความก้าวหน้ามากขึ้นกว่าแผนก่อนหน้านั้นพอสมควร โดยเน้นไปที่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการฯ คนปัจจุบัน ระบุว่ายังมีเป้าหมายให้ประเทศหลุดพ้น จากประเทศรายได้ปานกลางในอีก 10 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาหลักการของแผนดังกล่าว จะเห็นว่ายังมุ่งการพัฒนาประเทศในแนวทางเดิม กล่าวคือการพัฒนาไปสู่ความทันสมัย และเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศด้อยพัฒนาทั่วโลก นั่นคือมีเป้าหมายยกระดับประเทศไปเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรก เพียงแต่ในแผนฉบับหลังๆมีปัญหาอื่นตามมา ทำให้สศช.ต้องหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น คือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและความเป็นธรรมในสังคม ภายใต้สโลแกนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดังนั้น ประเทศไทยในปัจจุบันถือว่าเป็นผลของการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ตั้งแต่ฉบับแรกจนถึงฉบับปัจจุบัน ซึ่งกินเวลากว่าครึ่งศตวรรษ หากพิจารณาในแง่ของรายได้ประชาชาติ หรือ รายได้ต่อหัวของประชากรของประเทศ ก็นับว่าการพัฒนาภายใต้แผนดังกล่าวประสบความสำเร็จพอสมควร กล่าวคือ คนไทยมีรายได้ต่อหัวมากขึ้น รวมทั้งรายได้ประชาชาติของประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพัฒนาของไทยในหลายด้านมีการหยิบยกเป็นแบบอย่างของความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ

แต่ความขัดแย้งทางสังคมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนในสังคมเริ่มตระหนักถึงปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้น อันเนื่องมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจในอดีต เพราะทำให้เกิดช่องว่างรายได้ของคนในสังคมเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ว่ารายได้ของประเทศจะเพิ่มมากขึ้น และรายได้ต่อหัวต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นมาตรฐานการวัดความยากจนจะเพิ่มขึ้น แต่ช่องว่างทางสังคมที่เกิดขึ้นนับว่ารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่ระหว่างคนจน-คนรวย จึงมีความพยายามเสนอแนวทางเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว

หากพิจารณาจากช่องว่างรายได้ตามข้อมูลของสศช.เอง จะเห็นได้ว่าเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแสดงให้เห็นยิ่งเราเดินหน้าแนวทางการพัฒนาแบบเดิม โดยไม่สนใจประเด็นทางสังคม นอกจากตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัญหาความเป็นธรรมและช่องว่างรายได้ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ดังจะเห็นจากสัดส่วนรายได้ของคนจนมากที่สุด 10% เทียบกับคนรวยที่สุด 10% มีเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ จาก 20.19 เท่าในปี 2531 เพิ่มเป็น 34.85 เท่าในปี 2556 ทั้งๆที่ในช่วงหลังเรามีแผนงานในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำแล้ว

ดังนั้น เป้าหมายของสศช.ต้องการยกระดับประเทศ ให้หลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ดี แต่เป้าหมายดังกล่าวก็ไม่ต่างจากความพยายามผลักดัน ให้รายได้ของประเทศเพิ่มขึ้นเป็นเป้าหมายหลักด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจเหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต แต่อาจให้ความสำคัญของการกระจายรายได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ก็จะสร้างปัญหาไม่ต่างจากเดิม เราเห็นว่าหากต้องการให้แผนพัฒนาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทางสังคมแล้ว  จะต้องมีการปฏิบัติเรื่องการสร้างความเป็นธรรมอย่างจริงจัง เหมือนกับที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าต้องการให้สศช. มีแผนปฏิบัติการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งอาจมีความสำคัญความภูมิใจกับสถิติตัวเลขโดยรวม