วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาวุธลับ 'สมคิด'

ยิ่งฟัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงเรื่อง “คว่ำรัฐธรรมนูญ” ก็ยิ่งปวดเศียรเวียนเกล้า

 ด้วยความพยายามที่จะอธิบายว่า ไม่มีใบสั่งให้ “คว่ำ” แต่ประการใด

อันที่จริง สิ่งปรากฏอยู่ในสื่อวันนี้คือ “มายาภาพ” ทั้งสิ้น

คสช. รู้อยู่แก่ใจว่า ในสภาวะที่ข้าวยากหมากแพง รัฐบาลยังแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านไม่ได้ ขืนปล่อยให้มีการเลือกตั้งตามโรดแมพเดิม ประมาณปลายปีหน้า รับรองว่า พรรคฝ่ายทักษิณมาเต็มสภาแน่นอน

“นักเลือกตั้ง” ในเครือข่าย คสช. ที่เตรียมลงสนามเลือกตั้ง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เลือกตั้งปีหน้า ตายแน่” ขนาดปี 2554 ว่ากุมสถานการณ์ได้ดีแล้ว ก็ยัง “พ่ายยับเยิน”

ฉะนั้น แกนนำพรรคขนาดกลางที่เจ็บปวดจากการเลือกตั้งปี 2554 เลยอาสา “พี่ใหญ่” ล็อบบี้ สปช.จังหวัด สายภาคเหนือและภาคอีสาน คว่ำรัฐธรรมนูญ ต่ออายุ คสช. ต่อลมหายใจนักเลือกตั้งฝ่าย “ทรยศนายใหญ่”

พรรคเพื่อไทย ก็รู้ดีว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับที่ถูกคว่ำ นำไปสู่การทำประชามติ พวกเขาจะส่งซิกให้มวลชนโหวตผ่าน เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส่วนหน้าฉาก ก็ต้องแสดงละคร “คว่ำรัฐธรรมนูญ” ออกโรงเล่นงิ้วเล่นละครไปตามบท

จะเลือกตั้งแบบไหน เลือกตั้งแล้วบริหารประเทศไม่เต็มไม้เต็มมือ ก็ต้องทน เพราะอย่างน้อยได้ ส.ส.เกินครึ่งสภา พูดจาภาษาชาวบ้านก็ว่า “กำขี้ดีกว่ากำตด”

สรุปว่า พรรคเพื่อไทยพร้อม! แต่ คสช.และพรรคในเครือข่ายทหาร ไม่พร้อม!

ด้วยเหตุนี้ นักเลือกตั้งฝ่ายไม่เอานายใหญ่ จึงเฝ้ารอ เฝ้าลุ้น ฝีมือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของ “แม่ทัพสมคิด”

หลายคนกังวลว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “รากหญ้า” และเอสเอ็มอี จะซ้ำรอย “ประชานิยมทักษิณ” แต่หากศึกษา “ขุมกำลัง” ของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็จะทราบว่า สมคิดเป็นนักกลยุทธ์ นักสร้างเครือข่าย มากกว่าเป็นนักการตลาด

จริงๆ แล้ว “สมคิด” มี “มูลนิธิสัมมาชีพ” เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานล่าง และเอสเอ็มไทยมานานหลายปีแล้ว

ปี 2552 นพ.ประเวศ วะสี กับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นผู้ริเริ่มที่จะจัดตั้ง‘มูลนิธิสัมมาชีพ’

ปัจจุบัน คณะกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ ประกอบด้วย นพ.ประเวศ วะสี ประธาน, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองประธาน,สำราญ ภูอนันตานนท์ รองประธาน, นพ.มงคล ณ สงขลา รองประธาน,บุญยเกียรติ โชควัฒนา กรรมการ ฯลฯ

คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดยสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธาน, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รองประธาน, ประชา หุตานุวัตร รองประธาน

ส่วนประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ คือ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่สวมหัวโขนประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. “สนธิรัตน์” เป็นสมาชิก สปช. คนหนึ่งที่ออกเสียง “โหวตคว่ำรัฐธรรมนูญ”

ก่อนหน้านั้น “สนธิรัตน์” แกนหลักของมูลนิธิสัมมาชีพ ได้แสวงความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ที่ทำงานด้านเศรษฐกิจฐานราก เช่นร่วมมือกับ “สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน” (พอช.)

พอช.หรือเอ็นจีโอภาครัฐ ที่มีเครือข่ายกระจายอยู่ทุกพื้นที่ และที่ผ่านมา พอช.ได้จับประเด็นเรื่องการปฏิรูป และให้การสนับสนุนการออกแบบ “สภาพลเมือง” ของบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

หลังรัฐธรรมนูญฉบับ “บวรศักดิ์” ถูกคว่ำ “สนธิรัตน์” ได้เข้าอธิบายเหตุผลของการคว่ำรัฐธรรมนูญต่อแกนนำ พอช. และกระซิบว่า การสร้าง “3 ภาคียุทธศาสตร์” จะต้องเดินหน้าต่อไป

“แม่ทัพสมคิด” กำลังจะให้ 3 ภาคียุทธศาสตร์ เป็นจริง และจะต้องทำให้เกิดกลไกหนุนเสริมศักยภาพด้านเศรษฐกิจฐานล่างขึ้นมาทำหน้าที่ประสาน และเชื่อมโยงชุมชน ภาคีพัฒนาและภาคธุรกิจ ให้มาทำงานร่วมกัน สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ขึ้นมา

สอดรับ กับความคิดของหมอประเวศ ที่ว่า การแก้วิกฤติเศรษฐกิจที่ต้องเชื่อมโยงส่งเสริมให้เกิด“เศรษฐกิจติดแผ่นดิน”

นั่นคือ การสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ของคนทั้งแผ่นดิน

อีกไม่นาน “3 ภาคียุทธศาสตร์” จะบังเกิดขึ้นในรัฐบาลประยุทธ์ โดยการชงเรื่องของแม่ทัพสมคิด คู่ขนานไปมาตรฐานการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า

เมื่อ “ประชานิยมสมคิด” ออกดอกออกผล ณ เวลานั้น จึงจะจัดให้มีการเลือกตั้ง โดยถึงเวลานั้น คสช.เชื่อมั่นแล้วว่า เอาชนะฝ่าย “นายทักษิณ” ได้