ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีข่าวด้านลบลบรุมเร้าเศรษฐกิจไทยค่อนข้างหนัก
เรื่องหลักคือ วิกฤติน้ำ ที่เกิดความแห้งแล้งถึงวิกฤติขั้นรุนแรง ที่ต้องลุ้นให้ฝนตกกันเป็นรายวัน และแล้วธรรมชาติก็ยังเป็นใจที่ฝนเริ่มตกลงมาในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม มีฝนตกกระจายทั่วถึงในทุกภูมิภาค ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักๆ เพิ่มขึ้นจนสถานการณ์คลี่คลายดีขึ้น ปริมาณน้ำขึ้นมาอยู่เหนือระดับร้อยละ 30 ทำให้สามารถระบายน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวได้ นับเป็นข่าวดีที่ปัญหาความแห้งแล้งและวิกฤติน้ำคลี่คลาย จนในปัจจุบันหลายพื้นที่ผจญกับปัญหาน้ำท่วมแล้ว
แม้ปัญหาขาดแคลนน้ำจะหมดไป แต่ปริมาณน้ำดิบสำรองตามเขื่อนต่างๆ ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ดังนั้น ถ้าหากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในปีหน้า ก็อาจเกิดภาวะภัยแล้งเกิดขึ้นซ้ำได้ ซึ่งควรจะต้องมีการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์นี้ คำถามที่ท้ายทายคือ ในแต่ละปีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามีการกักเก็บน้ำไว้ได้เพียงประมาณร้อยละ 10 เท่านั้น น้ำส่วนที่เหลือได้ถูกทิ้งให้ไหลลงสู่แม่น้ำและทะเลไปอย่างน่าเสียดาย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขาดแคลนเขื่อนสำหรับกักเก็บน้ำ แต่เป็นปัญหาของการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร
ข่าวลบอีกประการคือ ตัวเลขการส่งออกสินค้าของไทยในเดือนมิถุนายนยังติดลบ และเป็นการติดลบที่ต่อเนื่องมาเป็นเดือนที่ 6 ทำให้มูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปีติดลบร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และติดลบสูงกว่าที่ฝ่ายต่างๆ คาดการณ์ไว้ ทำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ปรับคาดการณ์การส่งออกทั้งปีจากเดิมขยายตัวเพิ่มร้อยละ 1.2 เป็นติดลบร้อยละ 3-4 รวมไปถึงปรับคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ การส่งออกที่หดตัวลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างอ่อนแอ ทำให้การส่งออกไปแทบทุกตลาดหดตัวลง
ข่าวด้านลบที่ยังประดังเข้ามามีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทุกฝ่าย และยังเป็นความเสี่ยงที่มีความไม่แน่นอนสูง ในช่วงที่เหลือของปีก็คือ วิกฤติหนี้สาธารณะของกรีซ และภาวะซบเซาของเศรษฐกิจจีนมหาอำนาจทางเศรษฐกิจลำดับที่สองของโลก ความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้ประกอบการ ทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง และผลที่ตามมาคือ มีกระแสเรียกร้องให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะต้องการเห็นความกระฉับกระเฉงในการแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชน ความรู้สึกประการหนึ่งคือ รัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีความผูกพันกับประชาชนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่รัฐบาลอ้างว่ามีผลงานแต่ประชาชนและผู้ประกอบการยังไม่รู้สึก หรือมีความหวังจากทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ดังผลการสำรวจของหน่วยงานต่างๆ จึงสนับสนุนให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งทุกฝ่ายต่างรอความชัดเจนในการปรับคณะรัฐมนตรี ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และหวังว่าจะช่วยให้ความเชื่อมันปรับตัวดีขึ้น
ความคาดหวังที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียว คือการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น โครงการขนส่งระบบรางของโครงการรถไฟรางคู่ หรือขนส่งมวลชนรูปแบบต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ และจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
เนื่องจากไม่มีข่าวดีเข้ามาเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยตกดิ่งอย่างต่อเนื่องจากดัชนีตลาดระดับ 1600 จุด เมื่อลงมาอยู่ระดับ 1400 จุดในปัจจุบัน และเป็นหนึ่งในตลาดที่ตกต่ำมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ในขณะที่ตลาดหุ้นอื่นๆ มีการฟื้นตัวขึ้นบ้างแต่ตลาดหุ้นไทยยังคงทรุดตัวมาอย่างต่อเนื่อง และอาจจะไม่มีเงินลงทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยในระยะอันใกล้นี้ ที่พอจะมีข่าวดีอยู่ก็คือคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มว่าอาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อ้างอิงออกไปจากเดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ไปเป็นช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของ สรอ.จะมีผลกระทบให้มีเงินทุนไหลกลับไปตลาดสหรัฐอเมริกา
ปัจจัยทางการเมืองในประเทศเองก็เริ่มมีแรงกระเพื่อม ที่แม้ว่าจะ คสช.ได้ยึดอำนาจการปกครองที่ทำให้ความไม่สงบทางการเมืองสงบนิ่งได้ แต่การเดินหน้าในการปฏิรูปในด้านต่างๆ ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร จึงมีกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งต้องยอมรับว่าการจะปฏิรูปในด้านต่างๆ ให้แล้วเสร็จทุกด้านนั้น คงจะต้องใช้เวลาในการสะสางปัญหาที่หมักหมมมายาวนาน จึงควรเน้นการปฏิรูปหลักๆ ซึ่งถ้าหากต้องการเห็นการเลือกตั้งจึงต้องเร่งปฏิรูปทางการเมืองก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้ววงจรอุบาทว์ทางการเมืองก็จะกลับคืนมา ที่มีการใช้เงินและอิทธิพลเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในการทุจริตคอร์รัปชัน หรือการผูกขาดทางธุรกิจและการแต่งตั้งข้าราชการ ที่จะนำไปสู่การประท้วงต่อต้าน เกิดความไม่สงบขึ้นดังเช่นในอดีตกว่า 10 ปีที่ผ่านมา และจบลงด้วยการยึดอำนาจการปกครอง การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของระบอบประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือ ทำอย่างไรจึงจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองผ่านการเลือกตั้งที่ปลอดการซื้อสิทธิ์ ขายเสียงที่นำไปสู่การถอนทุนคืนดังเช่นที่เป็นมา









