เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
เป็นประธานเปิดตัวคู่มือสำหรับประชาชนและเว็บไซต์ ww.info.go.th ซึ่งเป็นเว็บศูนย์รวมข้อมูลในการติดต่อหน่วยราชการไว้ในที่เดียวกัน ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ 2558 นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการติดต่อราชการของประชาชนนับจากนี้ไป เพื่อลดขั้นตอนและความโปร่งใสในการติดต่อหน่วยงานรัฐ
กฎหมายดังกล่าวออกมาเพื่อแก้ปัญหาในปัจจุบัน ที่การติดต่อขออนุญาตในบางเรื่องบางกรณี ต้องติดต่อกับส่วนราชการหลายแห่ง รวมทั้งมีกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตจำนวนมากและบางฉบับไม่ได้กำหนดระยะเวลา รวมทั้งเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ และขั้นตอนในการพิจารณาไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน เป็นการสร้างภาระแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักโดยรวมของกฎหมาย ในขณะที่บางหน่วยราชการได้มีการปรับปรุงไปพอสมควรแล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหน่วยงานราชการนั้นมีขนาดใหญ่โตมาก รวมทั้งมีกฎระเบียบต่างๆมากมาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากอย่างมากจะทำให้ทุกหน่วยราชการปฏิบัติไปในทางเดียวกัน ดังนั้นรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์จึงผลักดันกฎหมายออกมาเพื่อบังคับใช้กับทั้งหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยหวังว่านับจากนี้ไปการติดต่อราชการของประชาชนจะไม่สร้างภาระกับประชาชนที่มาติดต่องานราชการ และอีกด้านหนึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของปฏิรูประบบราชการในเรื่องของการให้บริการประชาชน
ตามกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้หน่วยราชการ จัดทำ “คู่มือสำหรับประชาชน” เพื่อให้ผู้รับบริการทราบถึงวิธีการยื่นคำขอ ขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณา เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ยื่นพร้อมคำขอ และ ค่าธรรมเนียม โดยจะติดประกาศไว้ให้เห็น สิ่งเหล่านี้ทำให้การปฏิบัติราชการมีความชัดเจน โปร่งใส ไม่คลุมเครือ ด้วยการลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้ง จะอำนวยความสะดวกประชาชนให้สามารถยื่นคำขอผ่านทาง “สื่ออิเล็กทรอนิกส์” แทนการยื่นคำขอด้วยตนเองได้
นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ จะต้องตรวจสอบคำขอและเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน หากพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องหรือขาดเอกสารใด ต้องรีบแจ้งให้ประชาชนผู้มารับบริการทันที หากไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ต้องบันทึกข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดเวลาที่ต้องดำเนินการไว้ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสามารถขอเอกสารเพิ่มเติมได้เพียงครั้งเดียวนั้น เพื่อเป็นการลดความล่าช้าในเรื่องการพิจารณาเอกสารของเจ้าหน้าที่ลง
ที่สำคัญ คือ ต้องแจ้งให้ประชาชนผู้รับบริการทราบภายใน 7 วัน หากไม่สามารถพิจารณาเสร็จภายในกำหนด ก็ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ประชาชนผู้รับบริการทราบด้วย ซึ่งหลังจากนี้ไป จะมีการพัฒนาการให้บริการประชาชนให้สมบูรณ์มากขึ้น โดยจะพัฒนาศูนย์บริการร่วมของหน่วยงานราชการทั้งหมด ให้สามารถรับคำขออนุญาตหลายๆ งานบริการภายใต้กระทรวงเดียวกันได้ และในระยะต่อไปจะพัฒนาไปสู่การจัดตั้งศูนย์รับคำขออนุญาตเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับคำขอ
ดังนั้น จึงถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบราชการภายใต้รัฐบาลชุดนี้ นอกเหนือจากเรื่องโครงสร้างของหน่วยราชการเอง เราหวังว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.)จะมีการประเมินผลหลังจากใช้กฎหมายไปแล้ว ซึ่งควรเป็นหน่วยประเมินผลที่เป็นอิสระและน่าเชื่อถือได้ หากไม่มีการประเมินและบทลงโทษที่ชัดเจน ทุกอย่างก็อาจกลับไปเหมือนเดิม แม้จะมีกฎหมายบังคับใช้ เพราะตามธรรมชาติของระบบราชการขนาดใหญ่ มักจะมีแรงเฉื่อยในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงเสมอ









