วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รับมือความผันผวนจากภายนอก

หลังจากทะยานขึ้นไปกว่า 150% ในช่วงเวลาเพียง 12 เดือน จนติดอันดับตลาดหุ้น

ที่พุ่งขึ้นมากในระดับต้นๆ ของโลก ด้วยการพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ภาวะตลาดหมีและความปั่นป่วนก็มาเยือนตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ไล่เลี่ยกับการที่ทางการเข้มงวดกฎทำมาร์จินเพื่อสกัดความเสี่ยงที่มากขึ้นในตลาด โดยตลาดหุ้นดำดิ่งเพราะนักลงทุนมองว่า ดัชนีทะยานขึ้นมากเกินไป ประกอบกับมีการเทขายเพื่อทำกำไร

การดิ่งลงของหุ้นทำให้ทางการพยายามเข้าแทรกแซงหลายอย่าง รวมถึงการลดดอกเบี้ย การผ่อนคลายกฎการทำมาร์จิน แต่หุ้นก็ยังร่วงลงจนลามไปถึงตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8 มิ.ย.) จีนจึงระดมออกมาตรการขนานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการห้ามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นมากกว่า 5% รวมถึงผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียน ขายหุ้นเป็นเวลา 6 เดือน ส่วนธนาคารกลางได้จัดหาสภาพคล่อง ให้บริษัทการเงินเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพแก่ตลาด รวมไปถึงการที่ธนาคารเพื่อการพัฒนา และธนาคารเพื่อการส่งออก-นำเข้าของจีน ประกาศจะเข้าซื้อหุ้น

ความจริงจังของจีน สะท้อนมาถึงการที่ตำรวจเข้าร่วมสอบสวนกับผู้ดูแลกฎระเบียบตลาดหลักทรัพย์ เพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับการที่นักลงทุนไม่มีหุ้นในมือแต่ยืมหุ้นมาขายก่อน หรือ short-sellers เพื่อสกัดการทรุดตัวของตลาดอันสร้างความวิตกแก่หลายฝ่าย ว่าเหตุการณ์ในตลาดหุ้นจะส่งผลไปถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจของจีน การเคลื่อนไหวทั้งหลายแหล่ ดันให้หุ้นจีนดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างแรง แต่จะทรงตัวเป็นบวกหรือลบในระดับไม่มากนัก ได้นานแค่ไหน ก็ต้องรอดูว่าจีนจะมีมาตรการเพิ่มเติม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวได้หรือไม่

นอกจากจีนแล้ว ยังมีกรณีของกรีซ ที่การเจรจากับเจ้าหนี้ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี ผ่านเส้นตายมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงไม่ชำระหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศเมื่อปลายเดือนมิถุนายน และช่วงวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ก็มีกำหนดชำระหนี้แก่ยุโรป จนหลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่าในที่สุดแล้วรัฐบาลแนวทางเอียงซ้ายของกรีซ จะต่อรองเงื่อนไขในแผนปฏิรูปต่างๆ แลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือฉบับใหม่ได้หรือไม่ หลังจากเหตุการณ์ในกรีซดำเนินไปอย่างพลิกผันเช่นกัน

หลังจากผละจากโต๊ะเจรจาแล้ว ผู้นำกรีซประกาศจัดการลงประชามติ ซึ่งผลลัพธ์สวนทางโพลล์ทุกสำนักว่าคะแนนจะสูสี เพราะปรากฏว่าชาวกรีซเกินครึ่งคือกว่า 60% ไม่ยอมรับมาตรการรัดเข็มขัดของเจ้าหนี้ จากนั้นรัฐมนตรีคลังกรีซก็ลาออก เจ้าหนี้ขอให้กรีซไปจัดทำแผนปฏิรูปมาใหม่และยื่นมาให้เรียบร้อยเพื่อให้บรรดาผู้นำยุโรปอนุมัติในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (12 ก.ค.) ภายใต้ความเป็นไปได้หรือการคาดหมายจากหลายฝ่ายว่าหากตกลงกันไม่ได้ กรีซอาจต้องหลุดจากยูโรโซนในที่สุด

สถานการณ์อันผันผวนอย่างมาก ในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอย่างจีน ประกอบกับทิศทางของกรีซที่ยังไม่ชัดเจนเช่นกัน แม้ขนาดเศรษฐกิจของกรีซไม่ได้ใหญ่โต แต่ยูโรโซนเป็นการรวมกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่ๆ ของโลกและจะกระทบต่อความเชื่อมั่นหากเกิดสิ่งไม่พึงประสงค์ขึ้น ดังนั้นไทยจึงมองข้ามเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งมีความผันผวนอย่างมาก ไม่ได้เป็นอันขาดและจะต้องวางแนวทางบรรเทาผลกระทบไว้อย่างทันท่วงทีเช่นกัน