สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกรายงานผลการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่
และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประจำปี 2557 โดยจะมีการอภิปรายในวันที่ 2 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่ต้องให้มีการประเมินผลการปฏิงานของกสทช. โดยได้ข้อสรุปในประเด็นสำคัญ ที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ว่าการดำเนินงานของกสทช. ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
รายงานดังกล่าวระบุว่าคณะกรรมการติดตามและประเมินผล การปฏิบัติงานตามพ.ร.บ.กสทช. ไม่ได้รับความร่วมมือจากกสทช.ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของกสทช.ประจำปี 2557 ในหลายเรื่องอาทิ แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ เป็นต้น ส่วนการแจกคูปองดิจิทัลเห็นว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดการขยายโครงข่ายโทรทัศน์ทีวีดิจิทัล ที่ทำให้สามารถแจกคูปองแกประชาชนในบางพื้นที่เท่านั้น
รายงานระบุว่าการแจกคูปองสำเร็จไม่ได้เป็นตัวชี้วัด ที่จะช่วยยืนยันความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล เพราะมีผู้บริโภคหลายรายแลกคูปองแต่ไม่ได้ประโยชน์จากการใช้อุปกรณ์ที่แลกไปอย่างแท้จริง ซึ่งเท่ากับว่ากสทช.ต้องสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น และกสทช.ยังขาดแผนการประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นระบบและชัดเจน และยังเน้นการทำงานในส่วนของการบังคับใช้มาตรฐานกล่องแบบตั้งรับ โดยไม่มีกลไกการสุ่มตรวจคุณภาพในท้องตลาด แต่ใช้การเก็บเงินประกันคูปอง 5% เพื่อเป็นหลักประกันขั้นต่ำ 2 ปี
นอกจากนี้การประมูลคลื่นความถี่ สำหรับการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4 จี ซึ่งกสทช.ต้องเร่งรัดดำเนินการประมูล 4 จี บนคลื่นความถี่ที่มีความพร้อมใช้งานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพ และเร่งดำเนินการจัดหาผู้รับใบอนุญาตรายใหม่เป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 ปี รวมถึงเตรียมความพร้อมในการนำคลื่นความถี่อื่น ๆเพื่อรองรับความต้องการใช้งานในอนาคตด้วย
ขณะที่ คณะกรรมการกสทช. ได้จัดทำรายงานสรุปว่าการเปลี่ยนผ่าน ไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัลหลังจากที่ได้ออกใบอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลจำนวน 24 ช่อง และการสนับสนุนโดยการแจกคูปองดิจิทัล มูลค่า 690 บาท ทำให้ประชาชนรับชมโทรทัศน์ดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 10 เดือนหลังจากที่ได้แจกคูปอง นอกจากนี้ มีผลต่อการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านบาท อีกทั้งการประมูลคลื่น 3 จีในช่วงที่ผ่านมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดีและขณะนี้อยู่ระหว่างการประมูลคลื่น 4จี
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล หลายรายร้องว่าการดำเนินการของกสทช.ที่ผ่านมา มีปัญหาบางประการทำให้ผู้รับชมไม่เป็นไปตามคาดหมาย และล่าสุดมีผู้ประกอบการบางรายประกาศเลิกออกอากาศทีวีดิจิทัล เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนและอ้างว่าได้รับผลกระทบจากการแจกคูปองหรือกล่องรับสัญญาณของกสทช. ซึ่งไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร แต่ก็สะท้อนให้เห็นปัญหาบางประการของกสทช.เอง
อันที่จริง ที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่ากสทช. ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ค่อนข้างมากในหลายเรื่อง แต่ในเมื่อการอภิปรายที่จะเกิดขึ้นในสนช.ในวันที่ 2 ก.ค.นี้ จะเป็นการประเมินผลกสทช.เองด้วย และจะเป็นการอภิปรายในวงกว้าง ไม่เพียงแค่การโต้ตอบและกล่าวโทษกันไปมา ดังนั้น เราหวังว่ากทสช. ควรรับฟังการวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นในสนช. และหวังว่าอาจจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงการทำงานต่อไป เราต้องไม่ลืมว่ากสทช.เป็นองค์กรใหม่และย่อมมีปัญหาบ้างไม่มากก็น้อย









