วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อสุภาพสตรีหมายเลข1 จับเข่าคุยดาราตุ๊กตาทอง

ดาราฮอลลีวู้ดตุ๊กตาทองอย่าง Meryl Streep แวะไปทำเนียบขาววันก่อน ตั้งวงสนทนากับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง

 Michelle Obama ก็ย่อมจะต้องมีสาระแห่งความเป็นผู้หญิงเก่งระดับโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

ผมเห็นรูปมิเชลขึ้นปกนิตยสาร More ที่เธอยอมเป็น “บรรณาธิการรับเชิญ” และ “สัมภาษณ์พิเศษ” กับเมริล สทรีป แล้วก็เดาได้ไม่ยากว่าบทพูดคุยของสองหญิงคนเก่งของอเมริกา จะต้องเป็นประเด็นร้อนเรื่องผู้หญิงกับโลกรอบ ๆ ตัวแน่นอน

ใครเป็นคนอบรมสั่งสอนสองหญิงแกร่งนี้?

สทรีปบอกมิเชลว่า “คนสอนสั่งดิฉันตั้งแต่เด็กคือคุณแม่ ไม่ว่าเธอจะเดินเข้าไปในห้องไหน ห้องนั้นก็เหมือนมีไฟส่องสว่างขึ้นทันที และผู้คนก็จะเศร้าสลดเมื่อเธอเดินจากไป...”

ดารารางวัลออสก้าบอกว่า แม่บอกเธอตลอดเวลาว่า “หนูทำได้ หนูเก่งอยู่แล้ว”

เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่ดาราคนดังคนนี้บอกว่าเธอเป็นคนขี้อาย ชอบอยู่กับตัวเอง ซึ่งต่างจากแม่ที่เป็นคนเข้าสังคม เปิดเผย และทำตัวเข้ากับผู้คนได้อย่างดี

“ทุกครั้งที่ดิฉันอยู่ท่ามกลางแสงสีและความสนใจของผู้คน จะบอกตัวเองว่าแม่จะเก่งเรื่องนี้ ดิฉันจึงต้องจินตนาการว่าเราต้องทำสิ่งที่เราคิดว่าเราทำไม่ได้ เป็นนิสัยที่ดิฉันต้องทำทุกวัน เพราะถ้าเลือกได้ ดิฉันก็แค่อยากอยู่กับบ้านและคิดว่าเย็นนี้จะกินอาหารเย็นอะไรดีเท่านั้นแหละ....”

มิเชลบอกว่า “น่าสนใจว่าสิ่งที่คุณพูดเกี่ยวกับแม่เป็นเหมือนภาพกระจกสะท้อนแม่ของดิฉันเลยทีเดียว ดิฉันเชื่อว่าตัวเองสามารถอ่านคนและสถานการณ์ได้ดีพอสมควร อาจจะเป็นเพราะถ่ายทอดมาจากแม่ก็ได้...”

สองสาวใหญ่ยืนยันตรงกันว่า สำหรับเด็กผู้หญิงมะกันแล้ว การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของชีวิต

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งบอกว่า “อุปสรรคใหญ่ที่สุดสำหรับเด็กผู้หญิงวันนี้คือการศึกษา, การศึกษา, การศึกษา เพราะเด็กทุกวันนี้เห็นว่าการเรียนหนังสือในโรงเรียนมัธยม เป็นอุปสรรคต่อการสร้างชื่อเสียงและความร่ำรวย ดิฉันต้องการให้เด็กผู้หญิงของประเทศนี้ คิดว่าการศึกษาเป็นเรื่องเท่และสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตตัวเอง...”

ดาราฮอลลีวู้ดคนดังยอมรับว่า ทุกวันนี้ความเท่าเทียมระหว่างหญิงกับชายในอเมริกา ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่แท้จริง

“สิ่งท้าทายอีกเรื่องหนึ่งสำหรับผู้ใหญ่และเด็กผู้หญิงวันนี้คือ แม้เราจะถูกมองว่ามีความเท่าเทียมกับผู้ชายแล้ว แต่เรายังไปไม่ถึงจุดนั้นจริงๆ แม้จะมีความเชื่อว่าผู้หญิงวันนี้มีทางเลือกมากขึ้น จะเป็นผู้นำในส่วนไหนของสังคมก็ได้ แต่ความจริงก็คือเรายังเจอแรงต่อต้าน ปัญหานี้ยังเกิดทั้งในบ้านและในรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นในสภาล่างหรือวุฒิสภา หรือในบอร์ดของบริษัทต่าง ๆ และแม้แต่ในฮอลลีวู้ด...”

ไม่น่าเชื่อ แต่สทรีปบอกว่า แม้แต่เธอเองซึ่งคนทั่วไปคิดว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง และไม่มีปัญหาถูกกีดกันเรื่องเพศหญิงเพศชายแล้วก็ตาม “ดิฉันยังพบกับปัญหานี้ในทุกๆ เรื่องที่ทำอยู่ (ในวงการบันเทิง)”

ขนาดสองสาวใหญ่ทรงอิทธิพลของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ยังยืนยันว่า ความเท่าเทียมหญิงชายในอเมริกาเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น, อะไรๆ ที่เราเคยเชื่อเกี่ยวกับ “ความฝันมะกัน” หรือ The American Dream ก็ต้องทบทวนกันใหม่หมดแล้ว