วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจจีน

ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของจีนที่ขึ้นแท่นมหาอำนาจอันดับ 2 ของโลก อาจเป็นความมหัศจรรย์ในสายตาชาวตะวันตก

 แต่สำหรับผู้ศึกษาประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาที่สืบทอดยาวนานกว่า 5,000 ปี นี่คือสิ่งที่สมเหตุสมผลแล้ว

นับตั้งแต่จุดกำเนิดในปี 1949 จีนได้ผ่านเส้นทางและกระบวนการพัฒนาประเทศมากมาย ปี 1949-52 เป็นช่วงฟื้นฟูสู่ภาวะปกติ-หลังจากสงครามหลายสิบปี มีการถ่ายโอนกิจการเป็นของรัฐ ภาคเกษตรใช้ระบบนารวม เพื่อประกันความอยู่รอดของทุกคน ปี 1953-57 เป็นช่วงแผน 5 ปีระยะที่ 1 ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ถ่านหิน ไฟฟ้า ฯลฯ พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพและรายได้ของภาคเกษตร

ปี 1958-60 เศรษฐกิจตกต่ำจากการเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ ปี 1961-65 ฟื้นฟูอีกครั้งโดยทุ่มไปที่ภาคเกษตร และกระจายอำนาจตัดสินใจภาคอุตสาหกรรมไปสู่จังหวัดและท้องถิ่น ปี 1966-70 เกิดปฏิวัติวัฒนธรรม เศรษฐกิจถดถอยอีก ปี 1970-74 นายกฯโจวเอินไหลฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยนโยบาย 4 ทันสมัย ปี 1974-76 แก๊ง 4 คนขึ้นครองอำนาจ เศรษฐกิจถดถอยอีก เมื่อประธานเหมาเสียชีวิตเดือนกันยา 1976 แก๊ง 4 คนหมดอำนาจ มีการเปลี่ยนคณะผู้นำ ท่านเติ้งเสี่ยวผิงขึ้นครองอำนาจ

ช่วงปี 1976-78 เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากการสานต่อนโยบาย 4 ทันสมัย แต่จุดเปลี่ยนที่แท้จริงเกิดขึ้นธันวา 1978 เมื่อคณะผู้นำตัดสินใจเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ พวกเขาสรุปว่าระบบเศรษฐกิจที่วางแผนจากส่วนกลางไม่มีประสิทธิภาพ จีนยังใช้ระบบคอมมิวนิสต์ในการปกครอง แต่จะเพิ่ม “กลไกตลาด” ในระบบเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป (1 ประเทศ 2 ระบบ) มีการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อรับการลงทุน พร้อมกับขยายตลาดสินค้าส่งออกกับต่างประเทศ ฯลฯ

เมื่อนโยบายถูกต้อง เศรษฐกิจก็เติบโต จีนมั่งคั่งและพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีจุดเปลี่ยนสำคัญอีก 2 ครั้งคือ (1) ได้คืนเกาะฮ่องกงเมื่อ 1 กรกฎา 1997(2) ได้เป็นสมาชิก WTO เมื่อ 11 ธันวา 2001 นับแต่ปฏิรูปเศรษฐกิจจนถึงปัจจุบัน-เพียงแค่ 36 ปี จากประเทศที่อดอยากยากจนกลายเป็นมหาอำนาจอันดับ 2 ของโลก ในมุมโหราศาสตร์ ดวงชะตาบอกอะไรกับเรา ? 

ดวงเมืองจีนยึดถือเหตุการณ์ที่ท่านเหมาเจ๋อตงประกาศเอกราชอธิปไตยของประเทศ มีข้อมูลหลายชุดที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ถือเอาวันที่ 1 ตุลาคม1949 ที่ปักกิ่ง ซึ่งเป็นวันประกาศอย่างเป็นทางการ ด้านเวลามีหลายค่า เช่น 14:54 น. 15:01 น. 15:15 น. (ผู้เขียน) ขอเลือกใช้เวลา 15:15 น. ซึ่งเมื่อสอบทานแล้ว ได้ผลใกล้เคียงและเหมาะสมที่สุด

ในบรรดาดวงชะตาประเทศที่นักโหราศาสตร์ทั่วโลกศึกษากัน ดวงเมืองจีนได้รับความสนใจน้อยสุด  เมื่อเทียบกับความสำคัญและอิทธิพลที่มีต่อโลก ดวงประเทศเล็กๆ เช่น อิรัก ยูเครน มีผู้วิเคราะห์ทำนายมากมาย แต่ดวงเมืองจีนกลับมีบทวิเคราะห์ทำนายน้อยมาก

จะว่าเป็นเพราะข้อมูลวันเวลากำเนิดไม่แน่นอนก็ไม่น่าใช่ ดวงเมืองอเมริกามีคนผูกดวงไว้แตกต่างกันถึง 26 แบบ (วันที่ 4 กรกฎา 1776 จำนวน 16 แบบ วันอื่นอีก 10 แบบ) ก็ยังมีคนวิเคราะห์ทำนายตลอด เหตุผลสำคัญที่สุดคงเพราะผูกดวงแล้ว-มองไม่ออกว่า เป็นดวงชาติมหาอำนาจได้อย่างไร ?  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าใช้จักรราศีระบบเคลื่อนที่ (Tropical Zodiac : สายะนะ) ตามแบบฝรั่ง เพราะดาวอ่อนแอและไม่อยู่ตำแหน่งดี-ให้คุณสักเท่าใด

ดวงเมืองจีนเป็นดวงปราบเซียน ถ้าเราผูกดวงในจักรราศีระบบคงที่ (Sidereal Zodiac : นิรายะนะ) ของทางตะวันออก ได้ลัคนาราศีมังกรที่ 12 องศา 47 ลิปดา จันทร์กุมลัคน์ ราหูมีน มฤตยูเมถุน อังคาร-พลูโตกรกฎ เสาร์สิงห์ อาทิตย์-พุธ-เนปจูนอยู่กันย์ ศุกร์ตุลย์  พฤหัสธนู ทศมลัคน์อยู่พิจิกที่ 4 องศา

จุดแข็งในดวงคือ (1) อาทิตย์-จันทร์อยู่ราศีร่วมธาตุ (ดิน) และทำมุม 120 กันสนิท ผู้บริหาร-ประชาชนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน (2) มีดาวถึง 9 ดวงอยู่เหนือเส้น Horizon บ่งชี้ถึงพลังชีวิตที่เข้มแข็ง แรงขับอันมหาศาล ความโดดเด่น-ยิ่งใหญ่ในวงสังคม (3) พุธ-ดาวเจ้าเรือนภพ 9 (ศุภะ) เป็นเกษตร์ (Ruler) - เข้มแข็งให้คุณ  

(4) ศุกร์-ดาวเจ้าเรือนภพ 10 เป็นเกษตร์เช่นกัน ศุกร์ยังเป็น “ศุกร์เพ็ญ” เพราะห่างอาทิตย์ถึง 42 องศา ทั้งได้มุม 60 จากพฤหัส ภพ 10 (กัมมะ) คือภพสำคัญที่สุดที่บอกถึงเกียรติ-ชื่อเสียง-ตำแหน่ง-หน้าที่-สถานะทางสังคม ฯลฯ ศุกร์ที่เข้มแข็งมากขนาดนี้ ทำให้จีนสามารถบรรลุความเป็นชาติมหาอำนาจได้

แต่ดวงเมืองจีนก็มีจุดอ่อนหลายข้อ ที่สำคัญคือ (1) มีดาวอ่อนแอหลายดวง จันทร์-เสาร์ เป็นประ อังคารนิจจ์ (2) ดาวที่อ่อนแออยู่ตำแหน่งให้โทษ จันทร์ประ-มากุมลัคน์ เสาร์-ดาวเจ้าเรือนลัคน์-เป็นประ-ซ้ำอยู่ภพมรณะ อังคารนิจจ์-กุมพลูโตสนิท-เล็งลัคน์ซ้ำ (3) พฤหัสธนูแม้เข้มแข็ง-แต่ก็ตกภพวินาศ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักโหราศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่มั่นใจ

แม้ในจักรราศีคงที่ จุดแข็ง-จุดอ่อนก็ยังหักล้างกันอยู่ ดีนั้นดีแน่ แต่ไม่น่ายิ่งใหญ่และรวดเร็วขนาดนี้  คำตอบไม่ได้อยู่ในสายลม แต่อยู่ที่ “มุมมอง” ในการอ่านดวง มองชั้นเดียว-อ่านดวงไม่แตก ต้องอ่านไปถึง “ดวงไส้ชะตา” หรือ “นวางค์จักร” ตามหลักโหราศาสตร์ภารตะ

ถ้าเราขับดวงเมืองจีนเข้านวางค์จักร ลัคนาจะเกาะนวางค์เมษ ดาวเข้มแข็งและอยู่ตำแหน่งให้คุณทั้งหมด อาทิตย์-จันทร์สลับอุจจ์ อังคารอุจจ์ พุธเกณฑ์ พฤหัสเกษตร์ (วรโคตมนวางค์) ศุกร์เกษตร์ เสาร์อุจจ์  เกิดเป็น “จตุเกณฑร์” ที่เข้มแข็งมาก ทั้งได้ “ธนูเกณฑร์” จากพฤหัสด้วย

ราศีจักรคือดวงชั้นนอก นวางค์จักรคือดวงชั้นใน-ไส้ชะตา โบราณถือว่า ภายนอกแสดงถึง “อิทธิฤทธิ์”  ภายในแสดงถึง “บุญฤทธิ์”  ภายนอกดี-ภายในแย่ ดีได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง ภายนอกแย่-ภายในดี ลำบากตอนต้น-สบายตอนปลาย ถ้าดีทั้งภายนอก-ภายใน ถึงที่สุดต้องรุ่งเรืองยิ่งใหญ่ ความลับของดวงเมืองจีนอยู่ตรงนี้

(การขับดวงนวางค์จักร เป็นเทคนิคสำคัญที่ใช้กันเสมอ เมื่อรู้สึกก้ำกึ่ง-ไม่แน่ใจ อย่างเช่นดวงชะตา George Bush Jr. ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 43 ที่ดูจากดวงราศีจักรแล้ว หาความยิ่งใหญ่ได้ยาก แต่เมื่อขับดวงนวางค์ กลับเห็นถึงเกียรติ-ตำแหน่งหน้าที่อันยิ่งใหญ่)

ในปัจจุบัน เสาร์-ดาวเจ้าเรือนลัคน์และภพ 2 จรเข้าพิจิก-ภพ 10 เป็นเกณฑ์ 4 กับเสาร์เดิมในภพ 8 อันหมายถึงเศรษฐกิจ-การเงิน (ของตน) ที่สัมพันธ์กับคู่ค้า-หุ้นส่วน กอปรกับเนปจูนจรในกุมภ์-เล็งเสาร์เดิมด้วย นี่คือช่วงเวลาสำคัญทางเศรษฐกิจของจีน 

มีความเป็นไปได้สูงที่จีนเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ (บางประการ) อันจะส่งผลทั้งภายในและภายนอกประเทศ ภพที่ 8 คือการลงทุน-กระแสเงินทุน-ค่าเงิน ต้องจับตามิติเหล่านี้ให้ดี แต่เสาร์-เนปจูนเป็นดาวเคลื่อนที่ช้า การเปลี่ยนแปลงจะเป็น “กระบวนการ” ที่มีจังหวะจะโคนและเป็นขั้นเป็นตอน (ตามลีลาดาว) โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี

แน่นอนที่สุด เศรษฐกิจการเงินโลกจะยิ่งผันผวนมากขึ้นไปอีก