สัปดาห์ที่แล้วผมได้มีโอกาสทำหน้าที่เป็น Keynote Speaker ในงาน Krungsri Exclusive
เห็นว่าเนื้อหาบางส่วนที่ได้กล่าวไว้ในงานดังกล่าว น่าจะเป็นประโยชน์กับแฟนคอลัมน์มุมคิดธนกิจ จึงขอสรุปไว้ดังนี้
ผมเห็นว่าในโลกการเงินปี 2015 มีจตุรเทพอยู่ 4 ท่าน ซึ่งน่าจะเป็นพระเอกที่จะช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมและการลงทุนของประเทศเหล่านี้มีผลตอบแทนที่ดี
เริ่มจากเทพท่านแรก นาย มาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป ได้บริหารเศรษฐกิจภายใต้กุศโลบายที่ว่า “การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการเงิน ต้องไม่ประกาศสงครามหรือออกมาตรการใหม่ๆ บ่อยเกินความจำเป็น...”
โดยช่วงที่ผ่านมานายดรากิได้เอ่ยปากและดำเนินมาตรการใหม่จริงๆ ภายในเวลาเกือบสามปีที่ดำรงตำแหน่งเพียงสองครั้ง ได้แก่ การปล่อยกู้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับแบงก์ต่างๆ ในยุโรป หรือที่เรียกว่า Long-Term Refinancing Operations (LTRO) และการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE เมื่อ 3 เดือนก่อน โดยข้อดีของการไม่เปิดตัวนโยบายการเงินให้บ่อยเกินไป ได้แก่การจะช่วยทำให้ความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางยุโรป อยู่ในระดับสูงมากอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปีกว่าที่ผ่านมา
จากรูปที่ 1 จะเห็นได้ว่าธนาคารกลางยุโรปยังมีขนาดสินทรัพย์ต่อจีดีพี ณ ขณะนี้น้อยกว่าธนาคารกลางอื่นๆ ทำให้ประเมินได้ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของยุโรปยังมีได้อีกเป็นเวลานาน คาดว่านายดรากิก็คงไม่ได้เปิดตัวมาตรการใหม่ๆ ในอนาคตให้เราได้เห็นบ่อยๆ เหมือนอย่างที่เคยทำในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับเทพท่านที่สอง ได้แก่ นาย สี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน ซึ่งบริหารประเทศภายใต้กุศโลบายที่ว่า “เปลี่ยนวิธีการปฏิบัติและทบทวนแผนการอยู่บ่อยๆ เพื่อมิให้ใครสามารถใช้ประโยชน์ในทางลบ อีกทั้งเปลี่ยนเส้นทางของการพัฒนาประเทศ มิให้ใครสามารถเดาทางออกโดยง่าย”
ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ประธานาธิบดี เหมา เจ๋อ ตง เป็นต้นมา ไม่มีใครที่มีอำนาจทั้งในทางการทหารและเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จเหมือนกับนายสี จิ้น ผิง แม้บางท่านอาจแย้งว่า นายเติ้ง เสี่ยว ผิง น่าจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จกว่านายสี เรื่องนี้ผมได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ชาวจีนหลายท่าน ต่างบอกผมว่านายสีน่าจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จกว่า เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์ในยุคของนายสีไม่มีคลื่นใต้น้ำ เพราะคุณพ่อของนายสีเป็นที่รักของสมาชิกอาวุโสส่วนใหญ่ของพรรค รวมถึงนายสีก็วางตัวได้เหมาะ สมจนเป็นที่ไว้วางใจกับบุคคลส่วนใหญ่ของพรรคอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงเวลาตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา
หากให้พิจารณากันอย่างลึกซึ้งจริง ความสำเร็จของจีน ณ วันนี้ น่าจะเกิดจากการที่ทางการจีนใช้นโยบายทางเศรษฐกิจในรูปแบบที่ประเทศตะวันตกมองไม่ออก ทว่า มีความเหมาะสมกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งตรงนี้อาจไม่เกินความจริงที่จะกล่าวว่า Key Success Factor ของจีน มาจากการที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เปลี่ยนเส้นทางของการพัฒนาประเทศ มิให้ใครสามารถเดาทางออกโดยง่าย ตลอดเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา แม้แนวทางการบริหารเศรษฐกิจของจีนในปี 2015 จะเป็นดังรูปที่ 2 ทว่า เชื่อได้เลยว่าอีกไม่กี่เดือนมาตรการหรือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของผู้นำจีนจะเปลี่ยนไปอีกอย่างแน่นอน
เทพท่านที่สาม ได้แก่ นาย นาเรนดรา โมดิ นายกรัฐมนตรีอินเดีย ที่บริหารเศรษฐกิจภายใต้กุศโลบาย “ให้ปรากฏกายในสถานที่ซึ่งคนอื่นไปไม่ได้ มุ่งไปในจุดที่คนอื่นคาดว่าไม่ไปแน่”
จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา 1 ปี ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายโมดิได้เดินทางไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือไม่ค่อยเป็นมิตร ที่ฮือฮาที่สุด ได้แก่ การถ่ายภาพ Selfie ร่วมกับนายกรัฐมนตรี หลี เค่อ เฉียง ของจีน หากใครได้พูดคุยกับชาวจีนจะทราบดีว่า ลึกๆ แล้ว ชาวจีนกับอินเดียก็ไม่ได้รู้สึกเป็นมิตรกันมากนัก ด้วยเหตุผลที่ใกล้เคียงกับคำว่า“เสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันไม่ได้” ซึ่งในเรื่องนี้นายโมดิก็ทราบดี ทว่า นายโมดิก็ยังมาเยือนจีนแบบเป็นที่ฮือฮาของชาวโลก ดังที่ได้เห็นภาพดังกล่าวกันทั่วโลก
เทพท่านสุดท้าย ผมยกให้กับ นายชินโซะ อาเบ้ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ที่ใช้กุศโลบาย “รู้ว่าการชนะครั้งต่อไปของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ไม่สามารถลอกเลียนแบบจากความสำเร็จในครั้งก่อน” ประกอบในการใช้นโยบายอาเบ้โนมิกส์บริหารเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่ากำไรของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่น ในไตรมาสแรกของปีนี้สูงขึ้นเป็นอย่างมากในรูปที่ 3
ส่วนหนึ่งเกิดจากลูกศรที่สามหรือการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของอาเบ้โนมิกส์ ซึ่งไม่เหมือนกับความสำเร็จในช่วงแรกที่ใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QQE ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อได้เลยว่าในปีหน้า มาตรการนายอาเบ้ก็จะต้องเปลี่ยนไป เพื่อให้เกิดชัยชนะในทางเศรษฐกิจสำหรับยกต่อไป
ผมคิดว่าความสำเร็จทางเศรษฐกิจและตลาดทุนของทั้ง 4 ท่าน จะปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2015 ครับ
หมายเหตุ หนังสือเล่มล่าสุดด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน “เล่นหุ้นในไทย รวยไกลรอบโลก” วางจำหน่ายทั่วประเทศ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView ครับ








