เศรษฐีสงครามเย็น

เศรษฐีสงครามเย็น

ย้อนไปเมื่อปี 2532 ชื่อของ "บรรจง-บรรเจิด" สองพี่น้องแห่ง "หจก.กิจไพฑูรย์" เมืองอุดรธานี

 ตกเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อมีการร้องเรียนเรื่องผลประโยชน์ "แลกเปลี่ยนเงินตรา" เหตุเกิดที่ "ศูนย์อพยพบ้านวินัย" ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย ...เดิมที "บรรจง-บรรเจิด" ได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เป็นผู้ส่งอาหารให้แก่ศูนย์อพยพชาวม้ง จ.เลย

 

000 ยิ่งนานวันยิ่งมีชาวม้งอพยพข้ามโขงมาเข้าศูนย์ปากชม เพราะมีข่าวดีจาก "ม้งลาว" ในต่างแดน พวกเขาจึงอยากไปประเทศที่สาม และระหว่างที่รออยู่ในศูนย์ฯ ก็จะได้รับ "เงินดอลลาร์" จากพี่น้องม้งที่อยู่สหรัฐ จึงเกิดธุรกิจ "แลกเปลี่ยนเงินตรา" ภายในศูนย์อพยพ บริหารโดย หจก.กิจไพฑูรย์ และตอนหลัง มีศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตราอยู่ภายนอกศูนย์อพยพ โดยกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นเมืองเลย

 

000 เมื่อปิดศูนย์อพยพม้งลาวในปี 2538 "บรรจง-บรรเจิด" กลายเป็นผู้มั่งคั่งจากการประกอบธุรกิจในศูนย์อพยพบ้านวินัย และต่อยอดมาถึง "โรงพยาบาลเอกอุดร" เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการทั้งคนไทย และผู้ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว และเวียดนาม...อาจกล่าวได้ว่า พวกเขาก่อร่างสร้างตัวในยุค "สงครามเย็น" และมาแตกหน่อเติบโตในยุค "สงครามทุน" เปิดเขตการค้าเสรีของประชาคมอาเซียน

 

000 เรื่องปฏิรูปปฏิสังขรณ์วงการสงฆ์ ยังไม่จบ เมื่อ พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จันทสาโร) ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ในนาม สนพ. จะเดินหน้าปกป้องคณะสงฆ์ต่อไป จากกรณีที่ สปช. รับลูกต่อจาก ไพบูลย์ นิติตะวัน อ้างว่านี่คือการปฏิรูปคณะสงฆ์...สนพ.ยังชี้ว่า ไพบูลย์ "หักหลังพระ" โดยแถลงว่าจะยุติบทบาทเมื่อวันที่ 6 มี.ค. แต่ความจริงยังแอบเดินหน้าต่อ

 

000 ด้วยเหตุนี้ พระเมธีธรรมาจารย์ จึงมีมติจัดกิจกรรม "ระดมความคิดเห็นจากคณะสงฆ์" เพื่อเสนอแนวทางที่มาจากความคิดเห็นของคณะสงฆ์ต่อคณะรัฐมนตรี และในวันที่ 30 มีนาคม จะขอนิมนต์ "คณะสงฆ์" ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้กำลังใจรัฐบาล ปกป้องพระพุทธศาสนา และสังฆมณฑล จากกลุ่มบุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ในเวลา 14.00 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า กรุงเทพฯ

 

000จริงๆแล้ว การทำกิจกรรมของ สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) ก็มี "พระชั้นผู้ใหญ่" บางรูปไม่เห็นด้วย เนื่องจากภาพของพระบางรูปใน สนพ. แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็น "พระเสื้อแดง" อย่าง พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย ออกไปพูดเรื่อง "สับขาหลอกปฏิรูปวงการสงฆ์" ในรายการ "ฟังความรอบด้าน" ทางช่องพีซทีวี ของกลุ่ม นปช.

 

000นี่ก็เรื่องปฏิรูปสื่อ เมื่อประเด็นการครอบงำสื่อ กำลังเป็นเรื่องที่สังคมต้องหันมาให้ความสำคัญ มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จึงออกโรงเรียกร้องว่า วันนี้ได้รับรู้ว่ามีความพยายามของกลุ่มทุนที่ต้องการเข้ามาในสื่อดีๆ จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนให้ติดตามดูว่า อะไรกำลังเกิดขึ้นกับสิ่งที่ดี และหากใครเห็นด้วย ก็อยากให้ช่วยกันสนับสนุนสื่อดี