วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิธีคิดต่อปัญหา คือทางแก้ปัญหา

หากใครที่ติดตามการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลานี้ ถือว่าจะเป็นช่วงรอยต่อสำคัญของการเมืองไทย

              ประการแรก มีการดำเนินคดีกับนักการเมืองในรัฐบาลก่อนหน้านี้หลายคดี โดยเฉพาะคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมและความรุนแรงทางการเมืองในอดีต และ ประการที่สอง อยู่ระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อกำหนดกติกาการเมืองของประเทศใหม่ โดยมีประเด็นเกี่ยวเนื่องกันคือกระบวนการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ

            ในขณะที่ความพยายามหาแนวทางการสร้างความปรองดอง หรือ ความพยายามดึงให้ความขัดแย้งของคนในสังคมกลับมาอยู่ในกรอบของกฎหมายบ้านเมือง ได้ปรากฏมุมมองหรือการวิเคราะห์ต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเชิงการเมืองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นต้องการให้มีการดำเนินคดีทางการเมืองทั้งหมดภายใต้กฎหมายโดยไม่ยกเว้นกับฝ่ายใด ในขณะเดียวกันก็เตรียมหาช่องทางออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะความผิดที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต

            นั่นหมายความว่ากระบวนการสร้างความปรองดองทั้งหมดนี้ ต้องการคลี่คลายคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งต่อไป ในขณะเดียวกันก็สร้างความพอใจให้กับทุกฝ่าย กล่าวคือ กลุ่มคนเสื้อแดงก็พอใจระดับหนึ่งว่าคดีความต่างๆ ที่พวกเขาเห็นว่าไม่ได้รับความยุติธรรมนั้นได้จบลง ส่วนกลุ่มเสื้อเหลืองในอดีตที่มีคดีความติดตัวในช่วงชุมนุมทางการเมืองก็ได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกัน ซึ่งหากเกิดขึ้นตามกระบวนการนี้ บ้านเมืองของประเทศก็กลับสู่ภาวะปกติและเกิดความปรองดองในสังคม

            แต่เราไม่แน่ใจว่ามุมมองการวิเคราะห์ ที่มองเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง เป็นสาเหตุสำคัญนั้นจะแก้ปัญหาได้ และที่สำคัญบรรดาคนในแวดวงการเมืองต่างๆ ก็มีมุมมองต่อสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้ ซึ่งทำให้ความขัดแย้งที่สั่งสมมานานหลายปีถูกทำให้ง่ายลงไปว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองธรรมดา ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่านั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการถกเถียงถึงประเด็นความขัดแย้งของประเทศไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งของนักการเมืองเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความเป็นธรรมทางสังคม

            ที่น่ากังวลอย่างยิ่งในขณะนี้ คือ วิธีคิดเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของสังคมเช่นนี้ ได้ปรากฏอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่มีบทบาทในการแก้ปัญหาในขณะนี้ เป็นวิธีคิดแบบ"การเมืองจริงๆ" โดยโยนทุกอย่างเป็นเรื่องของเกมช่วงชิงอำนาจและลงโทษฝ่ายตรงข้าม เป็นวิธีการพยายามแก้ปัญหา แต่ในตรงกันข้ามอาจเป็นวิธีการสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมา เราจะเห็นฝ่ายการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลฝ่ายใดมักจะใช้วิธีเช่นนี้เพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองกันทั้งสิ้น

            เราเห็นว่าหากเราต้องการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศ ผู้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดอย่างสำคัญ กล่าวคือ ต้องก้าวให้พ้นการมองการเมืองแบบเดิม"พวกเขา-พวกเรา" แต่ต้องมองไปที่ตัวระบบหรือสถาบันการเมืองของประเทศว่าเราจะออกแบบกันอย่างไรให้สามารถแก้ปัญหา เหมือนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่า"ก้าวพ้นทักษิณ" ซึ่งปัญหาของเราคือจะก้าวพ้นการมองการเมืองแบบนี้ได้หรือไม่