ตั้งแต่ต้นเดือนก.พ.มาจนถึงปัจจุบัน เชื่อว่าหลายท่านคงได้ยินข่าว ความคืบหน้าของแผนความร่วมมือที่ชื่อ "แม่น้ำ 5 สาย"
คนที่ติดตามข่าวสารเป็นประจำ คงทราบดีว่าโครงการนี้ หมายถึง ความร่วมมือของ 5 องค์กรหลักในการขับเคลื่อนประเทศ อันประกอบด้วย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมามีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2558 จากนี้จะมีการประชุมครั้งที่ 3 ขึ้น ในวันที่ 11 มี.ค.2558 โดย สปช. จะเป็นเจ้าภาพ
นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขาธิการวิสามัญกิจสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) เผยว่า วาระที่จะนำมาหารือในที่ประชุม คือ เสนอกรอบวิสัยทัศน์ การพัฒนาประเทศ ตามโรดแมพ 3 ระยะ จากนั้นแผนแม่บทโครงการ จะต้องแล้วเสร็จในวันที่ 31 ก.ค. แบ่งออกเป็น 36 วาระ 7 วาระการพัฒนา และ 8 มิติ ในเรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้า คสช. ได้กำชับว่า หาก สปช. หรือ สนช. มีแนวทางการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงใด ให้ติดต่อกับรัฐมนตรีกระทรวงนั้นโดยตรง และต้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน ให้ ครม. รับทราบทุกสัปดาห์
ด้านนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รายงานความคืบหน้าการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราว่า ขณะนี้พิจารณาถึง ภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง โดยให้คณะกรรมาธิการ 18 คณะ สภาปฏิรูปแห่งชาติ เสนอความเห็นมาภายในวันที่ 13 ก.พ.นี้ ส่วนการสร้างความปรองดอง ไม่ต้องรอให้รัฐธรรมนูญเสร็จ ทุกฝ่ายสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที
นายอลงกรณ์ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้การประสานงานระหว่าง แม่น้ำ 5 สาย มีระบบมากขึ้น โดยผู้แทนของ ครม. และ คสช. ยืนยันจะร่วมคิดร่วมทำ และไม่แทรกแซงการทำหน้าที่ แต่หากมีเรื่องใดที่กระทบกับรัฐบาล ก็ขอให้มีการปรึกษาหารือกันล่วงหน้า เช่น กรณีการเปิดสัญญาสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 สปช.มีหน้าที่เสนอความเห็น แต่เป็นสิทธิของรัฐบาลว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็รับฟัง และแก้ไขตามคำแนะนำของ สปช.
ทั้งหมดนี้คือความคืบหน้าล่าสุด เกี่ยวกับโครงการที่เรามักได้ยินผ่านสื่อบ่อยครั้ง .."แม่น้ำ 5 สาย" บางสื่อก็อธิบายว่าหมายถึงเรื่องใด ในขณะที่อีกหลายสื่อก็รายงานเพียงชื่อโครงการเท่านั้น หลายคนอาจฟังผ่านหูไปไม่ได้สนใจมากนัก แต่นับจากนี้ไปเชื่อว่า "แม่น้ำ 5 สาย" จะเป็นสัญญลักษณ์ของการแก้ไขปัญหาประเทศ เป็นตัวอย่างความร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหา และผลักดันให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้าได้ ขอเพียงแม่น้ำแต่ละสาย ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด นำปัญหามาแลกเปลี่ยน เปิดใจยอมรับและปรับปรุง ปัญหาที่ติดขัดก็จะแก้ไขไปได้
ที่สำคัญไม่เพียงแต่แก้ไขได้ ยังจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ให้ทันกรอบเวลาที่วางไว้ ...อย่าลืมว่า รัฐบาลชุดนี้คือรัฐบาลที่เข้ามาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อยุติปัญหาและความขัดแย้ง น่าจะใช้เวลาในการบริหารประเทศไม่นานนัก ดังนั้น โครงการแม่น้ำ 5 สาย คงไม่ต้องเดินหน้าไกลมาก แต่ขอให้ทำได้ตามแผนในเวลาที่เหมาะสมก็พอ









