วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยุโรปเร่งปิดเกมกรีซ-ยูเครน

ล่าสุดสหภาพยุโรปประกาศ ไม่รับพันธบัตรรัฐบาลกรีซ สำหรับการปล่อยเงินกู้ช่วยเหลือโดยตรง

และยืดอายุหนี้เงินกู้ 240,000 ล้านยูโรออกไป หากยังดื้อดึงไม่ยอมรับกติกาใหม่ตามแผนการรัดเข็มขัด หลังจากที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่นายอเล็กซีส ซีปราส ได้เข้ามารับตำแหน่งเพราะชนะการเลือกตั้งด้วยนโยบายยกเลิกมาตรการรัดเข็มขัดและยุติมาตรการประหยัดรายจ่ายภาครัฐที่เป็นเงื่อนไขการกู้ยืมเงินและสร้างความเจ็บปวดให้ชาวกรีซมานานกว่า 5 ปี พร้อมขอลดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะได้รับการต่อต้านจากเสียงแข็งกร้าวของเยอรมันที่คัดค้านมาตลอดว่าจะไม่มีการลดหนี้ให้กรีซอีกต่อไป

นายซีปราสวัย 40 ปีในฐานะผู้นำใหม่ของกรีซ ต้องกลับกรุงเอเธนส์เพื่อทบทวนข้อเสนอใหม่ หลังจากที่การประชุมรัฐมนตรีคลังของสหภาพยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ต้องประสบกับความล้มเหลว โดยที่กรีซถูกกดดันอย่างหนักให้ต้องเลือกระหว่างการที่จะอยู่กับกลุ่มยูโรโซนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในสหภาพยุโรป หรือจะออกจากกลุ่มยูโรโซนซึ่งเป็นคำขู่ของรัฐบาลใหม่ของกรีซตั้งแต่ที่ได้รับชัยชนะเลือกตั้งประกาศว่าจะออกจากยูโรโซนหรือGrexit เพื่อที่จะมีโอกาสในการเลือกเส้นทางดำเนินนโยบายการเศรษฐกิจที่เป็นอิสระและสามารถกำหนดค่าเงินของตัวเองให้สอดคล้องสถานะที่แท้จริงของกรีซได้เอง

อย่างไรก็ตามภาวะตลาดก็เกิดความกังวลว่าหากกรีซจะผิดนัดชำระหนี้ ก็จะทำให้กรีซต้องออกจากยูโรโซนส่งผลให้เงินยูโรดิ่งลงมากที่สุดในรอบ 11 ปี ท่ามกลางบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของกลุ่มยูโรโซน เนื่องจากปัญหาของเงินฝืดที่ดิ่งลึก จนกลายเป็นการถดถอยและตกต่ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากเปิดขึ้นในรอบนี้อีกก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้จากการเป็น "Double Dips" คือเศรษฐกิจของยูโรโซนอยู่ในภาวะที่หัวคะมำ ซึ่งหากเกิดเป็นหนที่ 2 แล้ว ก็จะเจ็บตัวหนักหน่วงมากขึ้น เพราะหลังจากวิกฤติหนี้สาธารณะในรอบแรกเมื่อปี 2010 โดยทำท่าว่าจะฟื้นในปี 2012-2013 แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นอย่างนั้น

ไม่น่าแปลกใจกับภาพของ 2 ผู้นำคือนายฟรังก์ซัว ออลลอง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนางแองเกล่า เมอร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกมาจับมือกันพร้อมกับข้อเสนอสันติภาพให้กับยูเครน โดยเร่งที่จะให้เจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เพราะหากยุโรปยังต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลต่อการค้า การลงทุน การเงิน รวมถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจแล้ว โอกาสฟื้นตัวยิ่งดูริบหรี่ แต่ดูเหมือนข้อเสนอดังกล่าวนี้ยังไม่ได้รับการขานรับจากฝั่งของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ที่ส่งนายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศมาร่วมประชุม ทำทีท่าว่าสนับสนุนให้เกิดสันติภาพ แต่ยังคงบอกว่าประธานาธิบดีโอบามากำลังพิจารณาข้อเสนอที่จะเพิ่มกองกำลังช่วยเหลือยูเครนเป็น 35,000 นายที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือในยูเครน

มีข้อน่าสังเกตว่า 2 ผู้นำของฝรั่งเศสและเยอรมัน จึงออกมาใช้ทั้งเชิงรุกในกรณีของกรีซ และเชิงรับในกรณีของยูเครน คงไม่ใช่เป็นเรื่องอื่นไกล เพราะหากปล่อยให้ทั้งเหตุการณ์ยืดเยื้อออกไป ย่อมไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของยุโรปเอง โดยเฉพาะเศรษฐกิจยูโรโซนที่อ่อนแอจะยังคงทรุดต่อในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB (European Central Bank) ต้องประกาศทำQE (Quantitative Easing) ในวงเงินสูงถึง 1.14 ล้านล้านดอลลาร์ จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้ตกต่ำหากไม่สามารถกลับมาพลิกฟื้นได้แล้ว อาการหัวคะมำในรอบนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นรุนแรงกว่า ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นผลสะท้อนของเศรษฐกิจที่จะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า Double Dips ซึ่งกว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี