เห็นนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน มาเป็นพยานการลงนาม บันทึกความเข้าใจ กับนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา
ของไทยเรา เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา อย่านึกว่าผู้นำจีนมาไทยประเทศเดียว
นายกฯจีนตระเวน “ขายโครงการ” ของจีนในหลาย ๆ ประเทศในฐานะเป็น “Super Salesman” ของประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วจีน
เทคโนโลยี 4G
พลังงานนิวเคลียร์
และอุปกรณ์ประกอบโครงสร้างพื้นฐานหรือ infrastructure
หนังสือพิมพ์ China Daily ของจีนเรียก นายกฯหลี่เค่อเฉียง ว่าเป็น “Super Salesman of China” เพราะเป็นคนตระเวนไปทั่วโลกเพื่อสร้างมิตรภาพและขายไอเดีย รวมถึงลงนามในสัญญาเพื่อให้จีนเข้าไปมีข้อตกลงอย่างเป็นรูปธรรม
ปีที่แล้วทั้งปี นายกฯหลี่เค่อเฉียง อยู่ต่างประเทศ 34 วัน เพื่อไป “ปิดการขาย” โครงการใหญ่ ๆ ที่จีนทำกับมิตรประเทศทั้งหลาย
นี่คือบทบาท “ถึงลูกถึงคน” ทางด้านเศรษฐกิจของจีนที่กำลังจะแซงหน้ามหาอำนาจอื่นไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ, ญี่ปุ่น หรือสหภาพยุโรปที่น่าจับตาอย่างยิ่ง
ปีที่ผ่านมา นายกฯหลี่เค่อเฉียง ลงนามในข้อตกลง 250 ฉบับในการเยือน 13 ประเทศในเอเชีย, ยุโรปและแอฟริกา
รวมแล้วเป็นโครงการมีมูลค่าทั้งหมด 140,000 ล้านเหรียญ หรือเท่ากับกว่า 4.6 ล้านล้านบาท
ผลงานของการเป็น “สุดยอดนักขาย” ของผู้นำจีนไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้และงานมหาศาลให้กับจีนเท่านั้น แต่ยังมีผลด้านบวกต่อการเมือง, การทูต และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจีนกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
เพราะเศรษฐกิจเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินนโยบายการเมืองและการทูตในโลกทุกวันนี้อย่างยิ่ง และจีนก็ตระหนักในข้อนี้อย่างชัดเจน จึงได้วางยุทธศาสตร์การยื่นมือไปทั่วโลกด้วยการเสนอตัวให้บริการทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการต่าง ๆ อย่างกว้างขวางและคึกคักอย่างมาก
หลี่เค่อเฉียง ยืนยันว่าจีนกำลังมีความก้าวหน้าอย่างมากในการผลิตอุปกรณ์ด้านการขนส่ง โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพที่ดีและราคาถูกกว่าคนอื่น
นายกฯจีนบอกกับผู้นำต่างประเทศที่ไปเยือนว่า ทางรถไฟความเร็วสูงของจีนเองบัดนี้ยาวเกินกว่า 10,000 กิโลเมตรแล้ว และทุกอย่างที่ผลิตได้มาตรฐานระดับโลก รวมถึงสถานีผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำและถ่านหิน กับเทคโนโลยีทางด้านพลังนิวเคลียร์ พลังงานจากลม และแสงอาทิตย์
เป้าของจีนในกรณีนี้ไม่เฉพาะแต่ในเอเชียและอาเซียนเท่านั้น แต่ยังพุ่งไปที่ยุโรปกลางและตะวันออกด้วย
ปลายปี 2013 นายกฯหลี่เค่อเฉียง พบกับตัวแทนของ 16 ประเทศในยุโรปกลางและตะวันออกเพื่อ “ขายโครงการ” ต่าง ๆ เหล่านี้และประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง
ดังนั้น ที่ท่านผู้นำจีนมาไทยเมื่อเดือนที่แล้วเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของ “การรุกใหญ่ทางเศรษฐกิจ” ของจีนที่นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหอกสำคัญทีเดียว
สมัยเหมาเจ๋อตุง จีนส่งออกการปฏิวัติลัทธิมาร์ก-เลนิน
วันนี้สีจิ้นผิง จีนส่งออกทั้ง “soft power” ด้านวัฒนธรรมกับเทคโนโลยีและการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
อยู่ที่แต่ละประเทศจะต่อรองให้ได้เงื่อนไข ที่เป็นประโยชน์สำหรับตัวเองกับมังกรยักษ์ได้มากน้อยแค่ไหน และ “ถ่วงดุล” อิทธิพลด้านเศรษฐกิจและการเมือง ระหว่างจีนกับมหาอำนาจอื่นอย่างไร









