สถานการณ์ตลาดเงินของรัสเซีย ที่กำลังเข้าสู่วิกฤติอีกครั้ง หลังจากเคยประสบมาแล้วในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง
แต่ในครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่ต่างไปจากอดีต ซึ่งนอกจากรัสเซียจะเผชิญกับการต่อต้าน หรือบอยคอตจากประเทศมหาอำนาจตะวันตกในกรณีของยูเครน ยังเผชิญกับวิกฤติราคาน้ำมันที่ไม่เป็นไปตามคาดหมาย เนื่องจากราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนัก และเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซียมากยิ่งขึ้นกว่ามาตรการจากประเทศตะวันตก
เราไม่แน่ใจว่าวิกฤติรัสเซียจะกระทบไทยมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากเป็นช่วงก่อนหน้านี้เราอาจจะได้ยินคำอธิบายว่าผลกระทบไม่มาก เพราะมีความเกี่ยวพันกันน้อย แต่ในวิกฤติครั้งนี้อาจส่งผลกระทบมากกว่าในอดีต เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การค้าการลงทุนของโลกมีความเกี่ยวพันกันแนบแน่นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอย่างรัสเซีย ย่อมส่งผลกระทบตามมาด้วย ซึ่งย่างน้อยขณะนี้หน่วยงานรัฐอย่างกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ก็เริ่มพูดถึงผลกระทบกันมากขึ้น
จากวิกฤติรัฐเซียซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางต่างๆ ในปีหน้า เพราะขณะนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในรัสเซีย เริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดเงินตลาดทุนของโลก ดังนั้น ในช่วงปีหน้า เราอาจเผชิญกับความปั่นป่วนในตลาดเงินตลาดทุนอีกครั้ง แต่มาจากประเทศเกิดใหม่ ไม่ใช่เป็นปัญหาของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น รวมทั้งสหภาพยุโรป ซึ่งเท่ากับว่าสถานการณ์ในปีหน้าอาจจะย่ำแย่มากกว่าที่คิดเมื่อปัญหาเก่าก็ยังไม่ดีขึ้น แต่เผชิญกับปัญหาใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
สำหรับประเทศไทย ที่มีขนาดเล็กอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นของโลก อีกทั้งเศรษฐกิจไทยก็ผูกพันกับเศรษฐกิจอย่างแยกไม่ออก ดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจโลกย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยไปด้วย แต่ผลกระทบมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นกับหลายปัจจัย แต่ทุกครั้งที่มีวิกฤติเกิดขึ้น และทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและมีภูมิต้านทานวิกฤติที่เกิดขึ้นได้นั้นก็เนื่องมาจากความแข็งแกร่งของพื้นฐานเศรษฐกิจไทยเอง ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงสามารถฟันฝ่าวิกฤติผ่านไปได้
ขณะนี้ถือเป็นช่วงแรกของวิกฤติจากภายนอก ที่เริ่มโหมกระหน่ำเข้ามามากขึ้น แต่คำถามก็คือรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐได้เตรียมความพร้อมหรือมาตรการรับมือมากน้อยแค่ไหน ซึ่งวิกฤติจากภายนอกนั้นอาจเป็นโจทย์ใหม่ที่เริ่มเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ตามความปั่นป่วนของราคาน้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมา เราต้องยอมรับว่ารัฐบาลกำลังพยายามแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากปีก่อนและกำลังริเริ่มหลายนโยบายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
เราเห็นว่าหากรัฐบาลจะประเมินสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็วเช่นนี้ และแจ้งให้กับทุกภาคส่วนได้รับรู้ร่วมกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นและเตรียมมาตรการรองรับอย่างไร ก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนไทยทั้งประเทศ เพราะเรื่องนี้อาจเป็นสถานการณ์ใหม่ ที่สร้างผลกระทบมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เราหวังว่าหากรัฐบาลได้ชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็จะทำให้เกิดการเตรียมรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า ซึ่งการเตรียมรับสถานการณ์ที่ดี ก็ถือเป็นวิธีการลดผลกระทบที่ดีที่สุด









