วันที่ 1 ธ.ค.57 มีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง...
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พร้อมคณะ เดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อแนะนำตัวในฐานะนายกฯไทยคนใหม่ นับเป็นการเยือนประเทศในอาเซียนลำดับที่ 5 หลังจากเดินทางเยือนเมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และเวียดนามมาแล้ว
ระหว่างการเยือน มีคนกลุ่มหนึ่งไปชุมนุมประท้วงต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะตัวแทนรัฐบาลรัฐประหาร ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
กลุ่มเคลื่อนไหวนัดหมายกันผ่านเฟซบุ๊คตั้งแต่ช่วง 1-2 วันก่อนหน้านี้ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงไทยเองก็จับสัญญาณได้ แต่คงไม่รู้จะสกัดกั้นอย่างไร เพราะไม่ได้เกิดในแผ่นดินไทย
กลุ่มคนดังกล่าวเดินทางไปตามนัด แม้จะเป็นคนกลุ่มไม่ใหญ่นัก แต่รัฐบาลมาเลเซียก็ส่งตำรวจเข้าดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีการชูป้ายต่อต้านรัฐบาลรัฐประหาร ทว่าหากสังเกตดีๆ จะพบป้ายขนาดใหญ่เรียกร้องให้ปล่อยตัวสมยศ พฤกษาเกษมสุขนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดังที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ไม่ได้ประกันตัวมาหลายปี
ช่วงวันเดียวกันยังเกิดเหตุป่วนที่ชายแดนใต้ ทั้งความพยายามเผาสถานีอนามัย และตัดต้นไม้ใหญ่ขวางถนนที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส การลอบวางระเบิดอีกหลายจุด แต่ที่น่าแปลกก็คือ การปรากฏป้ายผ้าจำนวน 29 จุด ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา (อ.เทพา)
การแขวนป้ายผ้าด่ารัฐไทย หรือประกาศอัตลักษณ์มลายูมุสลิม หรือแม้กระทั่งการประกาศว่าดินแดนนี้คนมลายูเป็นเจ้าของมาก่อนนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกก็คือเนื้อหาบนป้ายผ้าเป็นการโจมตีรัฐบาลรัฐประหาร
"เหมาะสมแล้วหรือที่จะเจรจากับรัฐบาลรัฐประหาร เพราะไม่มีสิ่งใดเป็นหลักประกันให้เชื่อว่าจริง"
นี่เป็นข้อความที่ปรากฏบนป้าย เสมือนหนึ่งเตือนมาเลเซียไม่ให้พูดคุยเจรจากับรัฐบาลชุดนี้
หากวิเคราะห์ข้อความบนป้ายดังกล่าว ต้องยอมรับว่าขัดแย้งกับท่าทีที่ปรากฏก่อนหน้านี้ในการพูดคุยสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นเมื่อปีที่แล้ว เพราะช่วงนั้นป้ายผ้าที่ปรากฏถี่ยิบ เป็นเสมือนการชิงความได้เปรียบในการพูดคุยเจรจา แต่ไม่ใช่การขัดขวางการพูดคุยเจรจาแบบครั้งนี้
ที่สำคัญป้ายผ้ามีทั้งที่เขียนเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ด้วยเนื้อความเดียวกัน
หลายคนบอกว่าน่าจะเป็นครั้งแรกๆ ที่ป้ายผ้าในสามจังหวัดใช้ภาษาอังกฤษ เพราะก่อนหน้านี้มักใช้ภาษามลายู ตัวอักษรรูมี หรือไม่ก็ภาษาไทย
คนช่างสังเกตก็เลยชักสงสัยว่ากลุ่มป่วนใต้ทำป้ายพวกนี้จริงหรือเปล่า แล้วทำไมมันถึงเชื่อมต่อเรื่องราวกับการชุมนุมที่หน้าสถานทูตไทยในกัวลาลัมเปอร์เหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน
เป็นการขยับเขยื้อนประเด็นด้านรัฐประหาร เสมือนหนึ่งอุ่นไฟให้ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ จากที่เปิดเกมมาก่อนหน้านี้ด้วยกลุ่มนักศึกษา
และในขณะที่การเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษา ทั้งชูสามนิ้ว โปรยใบปลิว และทำกิจกรรมประท้วงรัฐบาลรัฐประหารขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆพล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์แม่ทัพภาคที่ 1 ก็มาเปิดข้อมูลการข่าวประมาณว่านักศึกษากลุ่มดาวดินที่จัดกิจกรรม"ชูสามนิ้ว"ช่วงนายกฯลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ถูกจ้างมาจากนักการเมืองท้องถิ่นด้วยสนนราคา 5 หมื่นบาท!
วาทกรรมเช่นนี้ในจังหวะเวลาแบบนี้ แม้จะไม่ถึงขนาดเป็นการ"ราดน้ำมันลงบนกองเพลิง"แต่ก็คล้ายๆ ราดน้ำมันลงบนกองฟืนที่มีไฟสุมขอน โอกาสที่ไฟจะลุกติดพรึ่บพรั่บขึ้นมาก็มีอยู่ไม่น้อย
หลายคนเริ่มจับอาการได้ เช่น เซียนการเมืองในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เตรียมแตะเบรกข้อเสนอ "นิรโทษกรรมครึ่งซอย"ในการประชุม สปช.วันนี้ เพราะเริ่มรู้ว่าสังคมไม่รับ
สถานการณ์การเมืองชักจะเข้าไต้เข้าไฟ เดินพลาดก้าวเดียวมีโอกาสพลิกจากฟ้าเป็นเหว แต่ดูเหมือนแม่ทัพนายกองหลายคนยังมั่นใจกับพลังอำนาจแห่งปากกระบอกปืนมากเกินไป...
ลมแผ่วๆ หอบหิ้วความหนาวแวะมา พร้อมเสียงแว่วคล้ายกระซิบ...ศึกใหญ่กำลังจะเกิด!









