วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สังคมนี้ยังมีความหวัง

หลายปีมานี้คนไทยส่วนใหญ่ทดท้อกับสภาพสังคมและอนาคตของประเทศ

O บ้างก็เห็นว่าสังคมไทยเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ละวันมีข่าวร้ายๆ ฆ่ากันตายอย่างโหดเหี้ยมทารุณ

O คดีฆ่านักท่องเที่ยว 2 คนที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งที่เป็นสถานที่ตากอากาศชื่อก้องโลก เป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าเมืองไทยแทบไม่มีพื้นที่ส่วนไหนปลอดภัยไร้กังวล

O ส่วนคดีสองสามีภรรยาร่วมกันวางแผนฆ่าหนุ่มใหญ่ชาวญี่ปุ่นหลายคน โดยล่อหลอกให้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับฝ่ายหญิง แล้วก็จัดการฆ่า ด้วยหวังผลเรื่องเงินประกันและผลประโยชน์ทางธุรกิจ คือตัวอย่างที่สะท้อนภาพสังคมบ้าเงินตราแบบไทยๆ ได้เป็นอย่างดี

O ขณะที่คนไทยด้วยกันเองก็คุยกันเรื่องการเมืองแทบไม่ได้ มีแต่ความคิดเห็นแตกต่าง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย พร้อมใช้ความรุนแรงเพื่อต่อต้านอีกฝ่ายแบบเกินพอดี

O นี่คือสภาพที่ทุกคนต้องเจอในวันนี้ ทำให้ผู้ที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมีแต่ความหดหู่ สิ้นหวัง โดยเฉพาะกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ที่ไม่ค่อยจะมีอนาคตอยู่แล้ว

O แต่ในความหม่นหมอง ก็ยังมีเรื่องดีๆ แทรกมาบ้างเหมือนกัน นั่นก็คือความมีน้ำจิตน้ำใจของคนไทยต่อพี่น้องร่วมชาติ แม้จะต่างศาสนา แต่ก็ยังเต็มใจช่วยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

O เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวร้ายจากชายแดนใต้ เป็นข่าวร้ายรายวันซึ่งแทบไม่มีพื้นที่ข่าวในสื่อสารมวลชนแขนงใด นั่นก็คือข่าวคนร้ายจ่อยิง อับดุลรอซะ เจะฮะ อายุ 44 ปี บริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่งใน อ.ยะหา จ.ยะลา ขณะกำลังเดินไปละหมาดที่มัสยิด

O ข่าวจากในพื้นที่ที่มีการรายงานกันขึ้นมาก็คือ ตำรวจยังไม่สรุปชนวนเหตุว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัว หรือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

O เป็นบทสรุปที่คล้ายคลึงกันเกือบทุกข่าวที่เรียกว่าเหตุการณ์ "ยิงรายวัน"

O อย่างไรก็ดี ชีวิตคนจริงๆ มีเรื่องราวมากกว่านั้น เพราะ อับดุลรอซะ กลายเป็นอัมพาต อวัยวะช่วงล่างไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ เคราะห์ซ้ำหนักเข้าไปอีกเมื่อภรรยาคู่ชีวิตของเขาทนไม่ไหว ตัดสินใจบอกลาเพราะเบื่อหน่ายกับปัญหาหนี้สิน

O อับดุลรอซะ จึงกลายเป็นคนไร้บ้าน แถมเป็นอัมพาต ต้องไปอาศัยอยู่กับญาติ เงินทองก็ไม่มี ต้องการรถเข็นคนป่วยสักคันก็ไม่มีกำลังจะซื้อหาได้

O เผอิญ อับดุลรอซะ มีศักดิ์เป็นอาของนักข่าวคนหนึ่งในพื้นที่ จ.ยะลา นักข่าวคนนี้จึงเล่าเรื่องให้ฟังผมฟัง ผมจึงนำเรื่องราวของ อับดุลรอซะ ไปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่ามีกระแสตอบรับท่วมท้น โดยเฉพาะผู้ที่ตกลงใจบริจาค "รถเข็นคนป่วย"

O ด้วยเวลาเพียงไม่ถึง 1 วัน มีผู้ขับรถนำรถเข็นคนป่วยมาบริจาคให้ 2 คันถึงที่อาคารสำนักงาน "กรุงเทพธุรกิจ" หนึ่ง คือ อาจารย์สมพงษ์ แก้วเจริญไพศาล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาจารย์น้ำใจงามบอกว่าเป็นรถเข็นอย่างดีที่ซื้อให้คุณแม่ใช้ แต่ปัจจุบันคุณแม่ถึงแก่กรรมไปแล้ว จึงนำมามอบให้ผู้ป่วยคนอื่นได้ใช้บ้าง ดีกว่าจอดไว้เฉยๆ

O สอง คือ คุณสุณี ไม่ทราบนามสกุล นำรถเข็นใหม่เอี่ยมแกะกล่องมามอบให้ จากการประสานงานของ "คุณต้น" สุชาติ ชวางกูร นักร้องชื่อดัง เจ้าของเพลง "ใจรัก" ซึ่งทราบข่าวจากข้อความที่ผมสื่อสารไป คุณสุณีนำรถเข็นใส่ปิคอัพมา จะขอถ่ายรูปก็ไม่ยอม แม้แต่นามสกุลยังไม่บอก บอกแต่ว่า "อยากทำบุญ"

O วันนี้ผมได้จัดส่งรถเข็นทั้งสองคันไปถึงมือ อับดุลรอซะ แล้ว และเจ้าตัวตั้งใจว่าจะแบ่งปันรถเข็น 1 คันให้ผู้ป่วยคนอื่นต่อไป...