วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ด้านลบของสื่อสังคม

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงพิษภัยของการใช้สื่อสังคมในทางลบ ที่หากผมนิ่งเฉย จะยิ่งทำให้เกิดการขยายวงกว้าง

ไม่เคยคาดคิดจริงๆ ครับว่า จะมีเหตุให้ผมต้องเดินทางในวันหยุดสุดสัปดาห์ไปที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ในสังกัดกองบัญชาการสืบสวนกลางที่มี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เป็นผู้บัญชาการ

ความเป็นมานั้นเนื่องด้วยมีผู้ไม่ประสงค์ดีได้โพสต์เฟซบุ๊คที่เป็นการปลอมแปลงเป็นตัวของผม โต้ตอบกับบุคคลต่างๆ และมีการพาดพิงบุคคลสำคัญในสังคม เช่น นายกรัฐมนตรี ประธาน สมาชิกสภาปฏิรูป และภริยาด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

ซึ่งภายหลังได้หารือกับท่าน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ผมจึงได้ตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความด้วยเหตุผลสำคัญเพื่อระงับยับยั้งการกระทำที่อาจสร้างความเสียหายโดยผู้ไม่ประสงค์ดีนี้มิให้ลุกลามบานปลายออกไป เพราะทราบดีว่าการหาตัวผู้กระทำผิดเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เนื่องด้วยมีการปิดเฟซบุ๊คดังกล่าวไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมีข่าวการเดินทางไป ปอท. ของผมแพร่กระจายออกไป

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงพิษภัยของการใช้สื่อสังคมในทางลบ ที่หากผมนิ่งเฉยไม่ดำเนินการใดๆ จะยิ่งทำให้เกิดการขยายวงกว้างของการหมิ่นประมาทและความเสียหายต่างๆ อย่างคาดไม่ถึง แต่ถือว่าเรื่องดังกล่าวเป็นทั้งบทเรียนและอุทาหรณ์ในการแสวงหาแนวทาง และวิธีการในการใช้สื่อสังคมต่างๆ อย่างถูกต้อง มีจริยธรรม แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากในการเฝ้าระวังแต่หากผู้ใช้สื่อสังคมตระหนักรู้และช่วยกันทำหน้าที่สอดส่องดูแลซึ่งกันและกัน ย่อมมีส่วนให้ปัญหาที่สลับซับซ้อนสามารถมีทางออกและแก้ไขเยียวยาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ มาตรการที่เห็นควรนำมาปรับใช้ อาจไม่ถึงขั้นรุ่นแรงเช่นในบางประเทศที่มีการแทรกแซงตรวจสอบการนำเสนอข้อมูลผ่าน โซเชียลมีเดียอย่างเข้มงวด แต่หากไม่มีการป้องปราม เช่นการใช้การลงโทษทางสังคม เช่น การจำกัดการเข้าถึงสื่อสังคมในแหล่งการสื่อสารต่างๆ เพราะคงเป็นการไม่สมควรหากจะให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ไม่มีการแสดงตน และจะมีประโยชน์อย่างยิ่งที่น่าจะใช้การถ่ายภาพเว็บแคมในขณะเข้าถึงการสื่อสารสื่อสังคมตลอดเวลาที่ใช้งาน

เรื่องหนึ่งที่ผมได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ คือ ปัจจุบันนอกจากปัญหาการปลอมแปลงตัวตนของบุคคลผู้เป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงในสังคม อย่างที่บรรดาดารานักแสดง นักร้อง กระทั่งตัวผมประสบพบเจอด้วยตนเองแล้ว ยังมีกรณีการฉ้อโกงกันผ่านการใช้สื่อสังคมอย่างมากมาย

เจ้าหน้าที่ ปอท. แจ้งให้ทราบว่าทุกวันจะมีคดีในลักษณะฉ้อโกงที่เกิดจากการใช้เครื่องมือโซเชียลมีเดีย เข้ามาเป็นภาระอันหนักอึ้งของเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก

คดีส่วนใหญ่จะผ่านโปรแกรมไลน์ หรือเฟซบุ๊ค แม้กระทั่งการพูดคุยผ่านอีเมล์ที่นำไปสู่การนัดพบปะกันระหว่างคู่สนทนา ซึ่งในบางครั้งมีการแลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกัน กระทั่งทราบความเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันและสถานะทางการเงินของอีกฝ่าย กระทั่งมีการหลอกลวงฉ้อโกงเกิดขึ้น

ผมจึงใคร่จะสะท้อนด้านลบของการใช้สื่อสังคมให้ท่านทั้งหลายพิจารณาว่า การใช้สื่อสังคมอาจถือเสมือนการแสดงออกต่อสาธารณะที่ผู้เข้าไปเกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายจะต้องเปิดเผยตัวตนอย่างไม่มีเงื่อนไข บางทีเราอาจต้องยอมสละสิทธิ์ความเป็นส่วนตัว privacy right เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ให้ส่วนรวม