นับตั้งแต่เกิดเหตุฆาตกรรม สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้นมา
ดูเหมือนว่าจังหวัดเจ้าของคำขวัญ "เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ" จะมีแต่ "ภาพลบ" บดบังสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อาหารการกินแสนอร่อย วัฒนธรรมประเพณี โบราณสถานอันทรงคุณค่าที่ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นคำขวัญไปเสียหมด
+++ จากคดีฆาตกรรมบนชายหาดก็มีการเปิดประเด็นปัญหาบนเกาะตามมาอีกมากมาย ทั้งเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย กลุ่มผู้มีอิทธิพล การค้าแรงงานเถื่อน แหล่งอบายมุข ปาร์ตี้ฟูลมูน โดยเฉพาะกับ 3 เกาะสำคัญของจังหวัด ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า
+++ สองสัปดาห์มานี้ นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ พ่อเมืองสุราษฎร์ฯ ขยันขันแข็งเป็นพิเศษ เรียกประชุมทุกหน่วยเพื่อสางปัญหาที่เกิดขึ้น แต่จะว่าไปก็ไม่แปลกเพราะสารพัดเรื่องขนาดนี้ ขืนเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน มีหวังถูกเด้งแน่
+++ ก่อนหน้านี้เราจึงเห็นการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยรอบเกาะ เร่งขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว เฉพาะเกาะพะงันแห่งเดียวจับเรียงคิวกันถึง 5,500 คน นอกจากนี้ยังสั่งงดฟูลมูนปาร์ตี้ ยกเว้นฟูลมูนปาร์ตี้หาดริ้น เกาะพะงัน แห่งเดียว
+++ ล่าสุดงัด "กฎอัยการศึก" ออกมาคุมแรงงานต่างด้าวทั้งหมดไม่ให้ออกมามั่วสุมและดื่มกินปะปนกับนักท่องเที่ยวหลัง 22.00 น. นับว่างัดทุกท่วงท่าออกมาเรียกความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวกลับคืนมา ก็ได้แต่หวังว่ามาตรการเหล่านี้จะทำเพื่อ "คนส่วนใหญ่" ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและเทศซึ่งเป็นกลุ่ม "นักท่องเที่ยวน้ำดี" ไม่ใช่มาขยันเอาเฉพาะช่วง "ไฮซีซัน" เท่านั้น
+++ปัญหาหนักทับเมือง ไม่ได้มีเฉพาะบนเกาะ ขึ้นมาบนฝั่งก็มีเหตุอุกฉกรรจ์บั่นทอนขวัญกำลังใจ "ข้าราชการน้ำดี" กับคดีฆาตกรรม นายชาญชัย นามจักร์ หัวหน้าส่วนงานบริหาร เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี
+++ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานต่างเชื่อว่าปมสังหารมาจากการทำหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายหลังกำแพงคุก คดีนี้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยัง "เงื้อ" อยู่ แต่เชื่อสิหลายคนเชียร์ให้ "ฟัน" โดยเฉพาะพวกมีเอี่ยวกับการคัดชื่อ "บิ๊กเนม" นักโทษให้พ้นจากการแยกขังในเรือนจำความมั่นคงสูง
+++ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ปัญหาใน จ.สุราษฎร์ธานี ยังมีอีกหลายเรื่อง แล้วแต่ละเรื่องก็อยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงยิ่ง ยุทธศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2555-2559 ได้รายงานระดับ "ภัยคุกคาม" ด้านต่างๆ เอาไว้ โดยนำแผนที่ประเทศไทยมากางแล้วแทนค่าความรุนแรงของภัยคุกคามในจังหวัดต่างๆ จากปกติถึงรุนแรงมาก ด้วย สีเขียวถึงสีแดง
+++ ผลปรากฏว่า สุราษฎร์ธานี มีภัยคุกคามด้านยาเสพติดในระดับ "ไม่ปกติ" ภัยคุกคามด้านคนต่างด้าว-หลบหนีเข้าเมือง "รุนแรง" ภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ "ไม่ปกติ" ภัยคุกคามด้านป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ "รุนแรงมาก"
+++ เมื่อปัญหาหนักหน่วงขนาดนี้เห็นทีต้องฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้อำนวยการ กอ.รมน. สั่งการแก้ไขโดยเร็ว เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่พื้นที่นี้อีกครั้ง









