วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"สี่แยกอินโดจีน" ศูนย์กลางเชื่อมโยงโอกาสในอาเซียน (2)

ศูนย์กลางการพัฒนาระบบบริการทางสุขภาพ (Medical Excellent Centre) และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism

จังหวัดพิษณุโลกมีสถานบริการทางการแพทย์ที่หลากหลาย ทั้งโรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน มีจำนวนเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยประมาณ 700 เตียงและ 1,500 เตียง ตามลำดับ

โดยมีโรงพยาบาลศูนย์สังกัดกระทรวงสาธารณสุขประจำจังหวัดและประจำภูมิภาคภาคเหนือตอนล่างคือ โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก และมีโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับสูงของภาคเหนือตอนล่างคือ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรนอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม คือ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและโรงพยาบาลกองบิน 46

ด้วยความพร้อมดังกล่าว หอการค้าจังหวัดพิษณุโลก จึงได้เสนอโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพภาคเหนือตอนล่าง โดยกำหนดให้จังหวัดพิษณุโลกเป็นศูนย์กลางการพัฒนาระบบบริการทางสุขภาพ (Medical Excellent Centre) และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และประสานร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางระบบบริการสุขภาพ ในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง รองรับการเข้าสู่รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพภาคเหนือตอนล่างจะเป็นการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ บริการประชากรมากกว่า 6 ล้านคนในเขตภาคเหนือตอนล่าง โดยมีโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหน่วยงานหลัก เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่มีอัตราการเติบโต การให้บริการ วิจัย วิชาการอย่างต่อเนื่อง และเป็นศูนย์ผลิตบุคลากรทางด้านการแพทย์ จึงเสนอให้พัฒนาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สามารถรองรับการให้บริหารการแพทย์ระดับสูง

จากเดิมประชาชนที่ป่วยหนักต้องการเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัยจะต้องเดินทางไปรักษาที่จังหวัดเชียงใหม่ และในกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางไปรักษาทั้ง 2 แห่งประมาณ 5 ชั่วโมงซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ป่วย จังหวัดพิษณุโลกซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงเทพมหานครและเชียงใหม่จึงให้โรงพยาบาลพุทธชินราชเป็นศูนย์ปฐมภูมิ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นศูนย์ให้บริหารการแพทย์ระดับสูงอีกทั้งมีโรงพยาบาลเอกชนในเขตเมืองหลายแห่ง ซึ่งมีบุคลากรการแพทย์ที่เชี่ยวชาญ จะช่วยลดความแออัดของการใช้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งได้

รวมถึงในอนาคตจะพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) เพื่อทำให้เงินไหลเวียนในประเทศเพิ่มขึ้น โดยนักท่องเที่ยวจะได้ใช้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย สามารถรองรับการใช้บริการของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศได้

๐ ศูนย์กลางการศึกษาของภาคเหนือตอนล่าง

จังหวัดพิษณุโลกเป็นศูนย์กลางการศึกษา มีมหาวิทยาลัยนเรศวรและสถานศึกษาทุกระดับตั้งแต่อนุบาลจนถึงระดับมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐบาลและเอกชน รวม 80 แห่ง เป็นแหล่งองค์ความรู้ในการพัฒนาบุคลากรสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนล่าง

๐ ศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก เชื่อมโยงการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน

สุโขทัยอาณาจักรเก่าแก่ร่วม 700 ปี ราชธานีแห่งแรกของชาติไทย ปัจจุบันองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายใต้ชื่อ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร) สามารถเชื่อมโยงเข้าเป็นเส้นทางท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน “สุโขทัย - อุตรดิตถ์ - ปากลาย - ไชยบุรี - หลวงพระบาง”

นอกจากนี้ ภาคเหนือตอนล่าง ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่สำคัญ คือเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งที่เป็นมรดกโลก และการท่องเที่ยววัฒนธรรมชมวิถีชีวิตบนลำน้ำสะแกกรัง (อุทัยธานี) อุทยานแห่งชาติคลองลาน (กำแพงเพชร) อุทยานเมืองเก่าพิจิตร / บึงสีไฟ (พิจิตร) ซึ่งสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคกลางสู่ภาคเหนือได้

อีกทั้ง ยังมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวตลอดจน มีผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าที่ระลึกหรือสินค้าประจำถิ่น เช่น ผ้าทอจังหวัดอุตรดิตถ์ ทองสุโขทัยลายโบราณที่จังหวัดสุโขทัย ศิลปะประดิษฐ์และอาหารแปรรูปของจังหวัดพิษณุโลก เป็นต้น ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาสร้างรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยว

๐ ศูนย์บูรณาการการค้าและนวัตกรรมแปรรูปข้าว

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วย นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร พิจิตร ขนาดพื้นที่รวม 29,470 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บนลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน จึงเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตและการค้าข้าวที่สำคัญของประเทศโดยมีจังหวัดนครสวรรค์เป็นศูนย์กลาง

ผลิตข้าวได้ปีละประมาณ 30-31 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร ผลผลิตข้าว 55%ใช้บริโภคในประเทศที่เหลือ 45%ส่งออกตลาดต่างประเทศสร้างรายได้และนำเงินตราเข้าประเทศปีละประมาณ 170,000-200,000 ล้านบาทเกี่ยวข้องกับชาวนามากกว่า 3.7 ล้านคน ข้าวจึงเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

หอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 จึงเสนอจัดตั้งศูนย์บูรณาการการค้าและนวัตกรรมแปรรูปข้าวครบวงจร เพื่อพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าให้เกิดประสิทธิภาพและได้มาตรฐานการผลิตทางการเกษตร (GAP) และมาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรม (GMP) โดยมีจังหวัดพิจิตรเป็นฐานยกระดับประสิทธิภาพในการผลิต จังหวัดกำแพงเพชรเป็นฐานการแปรรูปและใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว และจังหวัดนครสวรรค์เป็นศูนย์กลางการค้าและศูนย์บริการข้อมูลองค์ความรู้เรื่องเกี่ยวกับข้าว

๐ ศูนย์กลางธุรกิจการค้าและนวัตกรรมแปรรูปมันสำปะหลัง

ในส่วนของจังหวัดกำแพงเพชรเป็นพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกมันสำปะหลัง มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 6 แสนไร่ ผลผลิตรวม 1.9 ล้านตัน มีการส่งออกมันเส้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ปริมาณ 345,788 ตัน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการรับซื้อหัวมันสดจากจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ

หอการค้าจังหวัดกำแพงเพชร ได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้ง ศูนย์กลางธุรกิจการค้าและนวัตกรรมแปรรูปมันสำปะหลัง ที่จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิต การแปรรูปและการค้ามันสำปะหลังของภาคเหนือโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมันสำปะหลังตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

๐ ศูนย์กลางการผลิตพลังงานทดแทนจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

ภาคเหนือตอนล่าง 2 เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่แหล่งใหญ่ของประเทศ ทำให้มีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรปริมาณมาก จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งผลิตพลังงานทดแทนจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแกลบ และการผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล ที่จังหวัดพิจิตรนครสวรรค์ กำแพงเพชร เป็นต้น ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ

นอกจากนี้ยังจะสามารถนำเข้าวัตถุดิบทางการเกษตรจากพื้นที่ข้างเคียงทั้งในประเทศ หรือจากประเทศเมียนมาร์มาใช้ในการผลิตพลังงานทดแทนได้ด้วย

๐ ศูนย์การผลิตและกระจายสินค้า เชื่อมโยงภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จังหวัดนครสวรรค์มีศักยภาพในการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมทั้งทางรถยนต์ รถไฟเชื่อมต่อภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเหมาะกับการขนส่งสินค้าในลักษณะเป็น Bulk ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังภาคกลางตอนบนได้

ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเห็นสมควรพัฒนาเป็นศูนย์การผลิตและกระจายสินค้าเชื่อมโยงกับภาคเหนือตอนบนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง สามารถรองรับการขยายตัวของการลงทุนขนาดใหญ่จากภาคกลางโดยใช้วัตถุดิบภายในกลุ่มจังหวัดและพื้นที่ข้างเคียงได้อีกด้วย พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางและทางน้ำโดยมีจังหวัดนครสวรรค์เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและกระจายสินค้าหลายรูปแบบ (Multi ModalTransportation)

๐ โอกาสของภาคเหนือและการเติบโตของประเทศไทยในอนาคต

ด้วยศักยภาพและการพัฒนาดังกล่าวมา จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง มีความพร้อมในการแข่งขันโดยเฉพาะผู้ประกอบการSMEs ซึ่งมีจำนวนกว่า 181,000 รายจำแนกเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความพร้อมได้ดังตารางต่อไปนี้

การพัฒนา “สี่แยกอินโดจีน” และ “กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง” จึงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งทั้งในแง่ของการอำนวยความสะดวกทางการค้าทั้งภายในประเทศ และการค้าระหว่างประเทศ รวมถึง การสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเหนือ (GRP) ขยายตัวมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบัน ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 8.7%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทั่วประเทศ (GDP)

อีกทั้งการพัฒนาดังกล่าวยังมีส่วนสนับสนุนเตรียมความพร้อมในการใช้โอกาสจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อสร้างความเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้คาดการณ์ไว้ว่า ภายหลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนการส่งออกของไทยไปยังอาเซียนจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 35.8% (ปัจจุบันปี 2556 ไทยส่งออกไปอาเซียน 25.9%)

นอกจากนี้แล้ว อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะมีส่วนที่เพิ่มขึ้นอีก 1.75% จากแนวโน้มอัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นปกติในกรณีที่ไม่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนโดยจะทำให้คนไทยมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ