รอยร้าวเด็กไทย

รอยร้าวเด็กไทย

กรณีการจับกุมกลุ่มนักศึกษา ที่ก่อเหตุยิงนักศึกษาสถาบันคู่อริ เพื่อล้างแค้นให้กับเพื่อนร่วมสถาบัน

ที่ถูกยิงเสียชีวิตนั้น คงสะท้อนปัญหาเด็กและเยาวชนไทยได้หลายแง่มุม

+++ ที่เห็นได้ชัดคือ การใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา ซึ่งหากมองลึกลงไปก็จะเชื่อมโยงไปถึง “สภาพแวดล้อม” รอบตัวพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา เพื่อน รุ่นพี่ ครอบครัว ตลอดจนสื่อต่างๆ ที่พวกเขาเปิดรับ หรือแม้แต่ความด้อยประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรม ก็ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาได้เช่นกัน

+++ หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจขยายผลจับกุมผู้ที่ขาย “ปืนปากกา” พร้อมกระสุนปืนผ่านทาง “อินเทอร์เน็ต” ให้กับนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ นี่คงเพียงพอที่จะยืนยันถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวของพวกเขาว่าเป็นอย่างไร

+++ ทว่าเมื่อถอยออกมา แล้วกวาดตามองไปรอบๆ ก็จะยิ่งเห็น “รอยแตก” ที่กำลังร้าว “ลึก” และ “กว้าง” ขึ้นเรื่อยๆ

+++ มองดูวัยรุ่นในด้าน “สาธารณสุข” พบว่า วัยรุ่นไทยติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นถึง 1 เท่าตัว แสดงว่ามีสัมพันธ์กันเร็วขึ้นแต่ไม่ป้องกัน

+++ ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ที่พบมากยังอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นและมีอัตราการทำแท้งสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันก็มีความเป็นห่วงเรื่องคุณภาพของเด็กที่เกิดจากแม่วัยใสด้วย

+++ หันไปดูเรื่อง “การศึกษา” สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ศึกษาพบว่า การศึกษาของคนจนกับคนรวยยังมีความเหลื่อมล้ำสูง เด็กนักเรียนยากจนได้รับการศึกษาคุณภาพต่ำแต่มีราคาค่าเล่าเรียนสูง ส่วนระดับอุดมศึกษาก็มีปัญหาการผลิตบัณฑิตไม่มีคุณภาพ และไม่ตรงกับความต้องการของตลาดงาน

+++ ปัญหายาเสพติดกับวัยรุ่นก็ยังเป็นปัญหาร้ายแรง เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจจับเอเย่นยาเสพติดเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 พร้อมยาบ้าแสนกว่าเม็ด ยาไอซ์ 7 กิโลกรัม อีกรายเป็นการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นนักค้ายาเสพติดที่โพสต์ภาพถือยาบ้าผ่านทางเฟซบุ๊ค

+++ ก่อนหน้านี้ตำรวจ-ทหารก็เคยเข้าตรวจค้น “สถานบันเทิง” ย่านบางนา พบวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปเที่ยว โดยที่ใต้โต๊ะมียาเสพติดตกเกลื่อน

+++ ไล่ดูตาม “สื่อ” ที่เด็กและเยาวชนเปิดรับกันทุกวันนี้ โดยเฉพาะ สื่ออินเทอร์เน็ต “ครูหยุย” วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. ระบุว่า เว็บไซต์ยอดนิยมเกินกว่าครึ่ง “ภาษาไม่เหมาะสม-ส่อเรื่องเพศ” ส่วนอีกกว่า 17 เปอร์เซ็นต์เป็น “สีดำ” ทั้งหยาบคาย รุนแรง และลามก

+++ รอยแตกร้าวแต่ละด้านที่เกิดขึ้นกับเด็กไทยนั้นทำให้คิดถึงทฤษฎีทางอาชญาวิทยาทฤษฎีหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ ทฤษฎี “หน้าต่างแตก” ที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มักพูดถึงเสมอในการพัฒนาวงการตำรวจไทยให้เท่าทันกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

+++ ทฤษฎีนี้เปรียบจุดบกพร่อง ความไม่ดี หรือความไร้ระเบียบเล็กๆ เหมือน “กระจกแตก” หากเป็นรอยแตกเล็กๆ ก็จะร้าวจนแตกทั้งบาน หากเป็นหน้าต่างในอาคาร เกิดแตกไปบานหนึ่งแล้วไม่รีบซ่อมแซมก็มีแนวโน้มที่บานอื่นๆ จะถูกทำให้แตกไปด้วย หนักเข้าจะแตกทุกบานจนคนร้ายบุกเข้าไปรื้อทำลายทรัพย์สินและผู้คนที่อยู่ภายในอาคาร

+++ ไม่ต่างจากปัญหาเด็กและเยาวชนหากไม่มีคนดูแลเอาใจใส่ ไม่รีบแก้ไขแต่เนิ่นๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาร้ายแรงถึงขั้นหายนะได้

+++ สำหรับวิธีแก้ปัญหาตามหลักทฤษฎีนั้นมีอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้นอนแน่นิ่งอยู่ในตำรา รอแค่คนนำไปประยุกต์ใช้ เริ่มทำเมื่อไรก็ขยับเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น