IS กับเพื่อนบ้านไทย : สัญญาณที่มองข้ามไม่ได้

IS กับเพื่อนบ้านไทย : สัญญาณที่มองข้ามไม่ได้

การกระจายตัวอิทธิพลของ IS (Islamic State) จากอิรักและซีเรีย มาสู่เพื่อนบ้านเรา เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

แปลว่าไทยเราประมาทไม่ได้เลย เพราะการปลุกเร้าให้คนรุ่นใหม่เข้าร่วมการต่อสู้ ด้วยวิธีการรุนแรงเพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้าง รัฐมุสลิมโลกนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น

รัฐบาลอินโดฯได้ประกาศห้าม IS ในประเทศ และสภาอละหม่าของอินโดฯ (Indonesian Ulema Council) ก็ออกประกาศห้ามชาวมุสลิมเข้าร่วมกิจกรรมกับ IS

นายกฯนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย ก็เพิ่งออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของกลุ่ม IS ซึ่งท่านบอกว่าสวนทางกับความเชื่อและวัฒนธรรมของชาวมุสลิม

การที่กลุ่ม IS ในอิรักและซีเรีย ออกวีดีโอสังหารนักข่าวอเมริกันสองคน และอาสาสมัครชาวอังกฤษหนึ่งคน เพื่อเป็นการตอบโต้การที่สหรัฐ และอังกฤษร่วมกันเปิดศึกถล่มฐานที่มั่นพวกเขาในอิรัก และประเทศใกล้เคียงนั้นเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ว่าหน่วยปฏิบัติการกลุ่มนี้จะใช้วิธีการทุกอย่างเพื่อต่อสู้กับโลกตะวันตก

แต่กลุ่ม IS ก็ไม่ลดละในการพยายามจะชักเชิญคนรุ่นใหม่มาร่วมขบวนการ

สารจากหัวหน้า IS ที่ชื่อ Abu Bakr al-Baghdadi ที่ส่งไปทั่วโลก เรียกร้องให้คนหนุ่มสาวมาร่วม สงครามศักดิ์สิทธิ์ หรือ Jihad ในอิรักและซีเรีย ได้รับการส่งต่อไปทั่วโลก และยิ่งมี social media ช่วยกระจายวีดิโอคลิปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ก็ยิ่งทำให้รัฐบาลต่าง ๆ เกิดความกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศของตนมากขึ้น

วีดีโอที่ว่านี้ปรากฏในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น และบ่อยขึ้นตามลำดับ

อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญขององค์กรต่าง ๆ ที่สามารถติดต่อสื่อสารกับเป้าหมายของตนเองอย่างได้ผล

วีดีโอคลิปหนึ่งมีภาพของ นักรบศาสนาชาวอินโดฯ กล่าวชักชวนเพื่อนร่วมชาติให้มา ร่วมขบวนการ สากลของ IS และดูเหมือนว่าทางการอินโดฯจะยอมรับว่ามีหนุ่มสาวชาวอินโดฯจำนวนหนึ่งตัดสินใจไปร่วมกิจกรรม

สำนักข่าวกรองของอินโดฯ บอกว่าถึงวันนี้มีชาวอินโดฯ 34 คนได้เข้าร่วม IS แล้ว

และหนึ่งในนั้นเป็นนักศึกษาอินโดฯวัย 19 ที่ไปเรียนหนังสือที่ตุรกีและต่อมาได้เข้าร่วมกับ IS ในซีเรีย

จะด้วยเหตุผลเพราะความเชื่อในอุดมการณ์หรือแรงจูงใจอย่างอื่นใดไม่แจ้งชัด แต่ทางการอินโดฯยืนยันว่ามีสัญญาณน่าเป็นห่วงมากขึ้น

ทางการมาเลเซียก็ยืนยันตรงกันว่าคนรุ่นใหม่มาเลเซียจำนวนหนึ่ง (ยังไม่มากนัก) ได้ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกับ IS ผ่านทาง Facebook

อีกทั้งยังสามารถระดมทุนผ่าน social media ได้อีกทางหนึ่งด้วย

ตอนต้นเดือนสิงหาคม มีรูปของนักรบจีฮาด วัย 52 ชาวมาเลย์ ซึ่งเสียชีวิตจากการต่อสู้เอาขึ้น social media และในบล็อกต่าง ๆ พร้อมกับข้อความยกย่อง วีรกรรม ของเขาในการปกป้องเมืองหนึ่งในซีเรีย

ภาษาของกลุ่ม IS ที่ใช้ปลุกเร้าคนรุ่นใหม่ในประเทศต่าง ๆ คือการใช้สัญลักษณ์และการน้าวโน้มว่าซีเรียเป็นสมรภูมิสุดท้าย ของการต่อสู้กับศัตรูที่ยืนอยู่คนละข้างกับศาสนาของตน จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องเข้าร่วมทำสงครามครั้งนี้

แน่นอนว่าเหตุผลของคนที่ตัดสินใจร่วมย่อมมีทั้งปัจจัยของอุดมการณ์, การเมือง, การเงิน และส่วนตัว แต่ปัญหาหนักสำหรับรัฐบาลอินโดฯ และมาเลเซียในกรณีนี้คือ การแยกน้ำออกจากปลา และการใช้ทั้งวิธี นิ่ม กับ มาตรการแรง เพื่อไม่ให้เชื้อแห่งความรุนแรงกระจายตัวจนอยู่เหนือการควบคุม

จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลประยุทธ์ ที่จะต้องประสานงานกับฝ่ายความมั่นคง ข่าวกรอง และสังคมกับเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพ เพราะการใช้ social media เพื่อเป้าหมายระดับสากล ไม่ว่าอุดมการณ์เอียงไปด้านใดย่อมมีผลกระทบต่อการวางนโยบายความมั่นคง การเมือง และเศรษฐกิจ ของไทยทั้งสิ้น